ศาลสูงสุดของบราซิลตัดสินให้อดีตประธานาธิบดี ชาอีร์ โบลโซนาโร ผิดจริงในข้อหาวางแผนก่อรัฐประหาร หลังพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 คดีนี้เป็นที่จับตาของทั่วโลก เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอดีตผู้นำประเทศและการพยายามบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตย
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.ย. 2568 ผู้พิพากษาศาลสูงสุดของประเทศบราซิลจำนวน 3 จาก 5 คน ตัดสินให้นาย ชาอีร์ โบลโซนาโร อดีตประธานาธิบดีบราซิลวัย 70 ปี มีความผิดในทั้ง 5 ข้อกล่าวหาที่เขาได้รับ รวมถึง วางแผนก่อรัฐประหาร เพื่อล้มล้างผลการเลือกตั้งเมื่อปี 2565 รวมถึงพิจารณาเรื่องการลอบสังหารผู้ชนะการเลือกตั้ง เพื่อให้ตัวเองได้อยู่ในอำนาจต่อไป
นายโบลโซนาโรถูกตั้งข้อหา วางแผนก่อรัฐประหาร, มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมติดอาวุธ, พยายามใช้กำลังทหารล้มล้างระบอบประชาธิปไตย, ก่อเหตุรุนแรงต่อสถาบันของรัฐและทำลายทรัพย์สินสาธารณะที่ได้รับการคุ้มครองจำนวน 2 กระทง
อัยการกล่าวหาว่า ส่วนหนึ่งในแผนการก่อรัฐประหารของนายโบลโซนาโรรวมถึงแผนการใช้ระเบิด, อาวุธสงคราม หรือยาพิษ เพื่อลอบสังหารนาย ลูอิซ อินาซิโอ ดา ซิลวา ประธานาธิบดีบราซิลคนปัจจุบัน, นายเชรัลโด อัลค์มิน รองประธานาธิบดี และนายอเล็กซานเดร เด โมราเอส ผู้พิพากษาศาลสูงสุด
อัยการระบุว่า แม้แผนการจะล้มเหลวเนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากกองทัพไม่เพียงพอ แต่ทฤษฎีสมคบคิดที่นายโบลโซนาโรเผยแพร่ก็นำไปสู่เหตุการณ์ที่ผู้สนับสนุนนายโบลโซนาโรบุกโจมตีอาคารรัฐบาลเมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2023 อย่างไรก็ตาม นายโบลโซนาโรกับจำเลยคนอื่นๆ ในการไต่สวน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
ทั้งนี้ หลักฐานต่างๆ ที่อัยการหยิบยกขึ้นมาเพื่อเอาผิดนายโบลโซนาโร ส่วนใหญ่เน้นหนักไปที่ ความพยายามของเขาเพื่ออยู่ในอำนาจต่อไป หลังแพ้การเลือกตั้งประธานาธิบดีให้กับลูลา ดา ซิลวา โดยตำรวจบราซิลกล่าวว่า นายโบลโซนาโร “รู้ทั้งหมด” เกี่ยวกับแผนล้มล้างผลการเลือกตั้ง, กดดันให้กองทัพเข้าแทรกแซง และถึงขั้นจัดตั้ง “สำนักงานบริหารจัดการวิกฤต” คู่ขนานเพื่อบริหารประเทศ
อัยการอ้างว่า แผนก่อรัฐประหารเริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2564 แล้ว โดยมีความพยายามบ่อนทำลายความเชื่อใจของสังคมที่มีต่อระบบเลือกตั้ง และหลังจากนายโบลโซนาโรพ่ายแพ้ เขากับจำเลยคนอื่นๆ ก็พยายามล้มล้างผลเลือกตั้ง และกระตุ้นให้ผู้สนับสนุนออกมาชุมนุมในกรุงบราซิเลีย จนเกิดการบุกโจมตีอาคารรัฐบาล
ผู้พิพากษาศาลสูงสุด 2 คนในคณะกรรมการ 5 คน รวมถึงนายโมราเอส ตัดสินให้นายโบลโซนาโรมีความผิดจริงไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่ผู้พิพากษาอีกคนตัดสินให้อดีตประธานาธิบดีพ้นความผิด จนกระทั่งในวันพฤหัสบดี ก็มีผู้พิพากษาคนที่ 3 ที่ลงมติว่านายโบลโซนาโรมีความผิด คว้าเสียงข้างมากซึ่งจำเป็นสำหรับการตัดสินชะตาอดีตผู้นำบราซิลผู้นี้ การตัดสินครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองของบราซิล
ศาลบราซิลตัดสิน อดีต ปธน.โบลโซนาโร ผิดจริงฐานวางแผนก่อรัฐประหาร
คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในการรักษาระบอบประชาธิปไตย และเป็นบทเรียนให้กับผู้นำทั่วโลกที่ต้องเคารพผลการเลือกตั้งและความต้องการของประชาชน การที่ศาลบราซิลตัดสิน อดีต ปธน.โบลโซนาโร ผิดจริงฐานวางแผนก่อรัฐประหาร ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าการพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตยจะไม่ได้รับการยอมรับ
ผลกระทบจากการตัดสิน อดีต ปธน.โบลโซนาโร ในคดีวางแผนก่อรัฐประหาร
- ความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมในบราซิลได้รับการเสริมสร้าง
- เป็นตัวอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ในการจัดการกับความพยายามล้มล้างระบอบประชาธิปไตย
- อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งใหญ่ในบราซิล
การตัดสินครั้งนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบและสร้างความโปร่งใสในระบบการเมืองของบราซิล การที่ ศาลบราซิลตัดสิน อดีต ปธน.โบลโซนาโร ผิดจริงฐานวางแผนก่อรัฐประหาร แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และทุกคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตนเอง
การตัดสินใจของศาลบราซิลในครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง และจะเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับประชาธิปไตยทั่วโลก การ วางแผนก่อรัฐประหาร เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ และประเทศต่างๆ จะต้องร่วมมือกันเพื่อรักษาระบอบประชาธิปไตยให้คงอยู่ต่อไป
ที่มา – ศาลบราซิลตัดสิน อดีต ปธน.โบลโซนาโร ผิดจริงฐานวางแผนก่อรัฐประหาร


