ศาลปารีสตัดสินลงโทษ 10 ราย ฐานไซเบอร์บูลลี่ 'บริจิตต์ มาครง' ภริยาประธานาธิบดีฝรั่งเศส

ศาลปารีสลงโทษ! ไซเบอร์บูลลี่ “บริจิตต์ มาครง”



จำเลย 8 ชาย 2 หญิง ถูกศาลฝรั่งเศสชี้ว่ามีความผิดฐานกลั่นแกล้งทางออนไลน์ จากการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและถ้อยคำดูหมิ่นต่อบริจิตต์ มาครง สตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศส หลายรายได้รับโทษจำคุกรอลงอาญา บางรายถูกสั่งพักใช้โซเชียลมีเดีย ขณะที่ฝ่ายกฎหมายย้ำเป็นหมุดหมายสำคัญในการรับมือความเกลียดชังออนไลน์

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ม.ค.) ศาลในกรุงปารีสมีคำพิพากษาตัดสินให้จำเลย 10 ราย เป็นชาย 8 คน หญิง 2 คน มีความผิดจริงในข้อหากลั่นแกล้งทางออนไลน์ ต่อนางบริจิตต์ มาครง ภริยาของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง โดยกลุ่มจำเลยได้แพร่กระจายข่าวลืออันเป็นเท็จเกี่ยวกับเพศสภาพและรสนิยมทางเพศของเธอ รวมถึงการใช้ถ้อยคำดูหมิ่นเหยียดหยามเกี่ยวกับช่องว่างระหว่างวัยของคู่รักมาครงที่ห่างกันถึง 24 ปี

บทลงโทษและคำตัดสินของศาลผู้พิพากษาระบุว่า จำเลยทั้งหมดกระทำการด้วยเจตนาที่ชัดเจนในการสร้างความอับอายและด้อยค่าสตรีหมายเลขหนึ่ง โดยส่วนใหญ่ได้รับโทษจำคุกสูงสุด 8 เดือน แต่ให้รอลงอาญา มีจำเลย 1 รายถูกสั่งจำคุกทันทีเนื่องจากไม่มาปรากฏตัวต่อศาล และมีการสั่งระงับบัญชีโซเชียลมีเดียของจำเลยบางราย และสั่งให้เข้ารับการอบรมเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ

คดีนี้ยืดเยื้อมาจากการที่จำเลยบางส่วน เช่น นาตาชา เรย์ (นักข่าวอิสระ) และ อาม็องดีน รัว (หมอดูออนไลน์) เคยถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานหมิ่นประมาทในปี 2024 หลังกุเรื่องว่า “บริจิตต์ มาครง ไม่มีอยู่จริง” แต่เป็นพี่ชายของเธอที่ผ่าตัดแปลงเพศมาสวมรอยแทน แม้ต่อมาศาลอุทธรณ์จะยกฟ้องโดยให้เหตุผลว่าการกล่าวหาเรื่องแปลงเพศ “ไม่ถือเป็นการทำลายเกียรติยศ” แต่ปัจจุบันทางครอบครัวมาครงได้ยื่นเรื่องสู้คดีต่อในศาลฎีกาแล้ว

ทิฟเฟน ออซิแยร์ บุตรสาวของบริจิตต์จากการแต่งงานครั้งก่อน ได้ขึ้นแถลงต่อศาลว่า การบูลลี่เหล่านี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อสุขภาพและการใช้ชีวิตของแม่เธอ ทำให้ต้องระมัดระวังแม้กระทั่งการเลือกเสื้อผ้าหรือท่วงท่าการเดิน เพราะกังวลว่าจะถูกนำภาพไปบิดเบือน นอกจากนี้ หลานๆ ของเธอยังถูกล้อเลียนที่โรงเรียน ซึ่งสิ่งนี้สร้างความเจ็บปวดให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก

ชัยชนะในคดีนี้ถูกมองว่าเป็นการ “โหมโรง” ก่อนการฟ้องร้องครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา โดยสามีภรรยามาครงได้ยื่นฟ้อง แคนเดซ โอเวนส์ อินฟลูเอนเซอร์ฝ่ายขวาชื่อดัง ในข้อหาหมิ่นประมาท หลังจากที่โอเวนส์ยืนยันผ่านพอดแคสต์และโซเชียลมีเดียว่าเธอ “ยอมเอาชื่อเสียงเป็นประกัน” ว่าสตรีหมายเลขหนึ่งของฝรั่งเศสแท้จริงแล้วเป็นผู้ชาย

เดิมทีประธานาธิบดีมาครงได้รับคำแนะนำให้เพิกเฉยต่อข่าวลือเหล่านี้เพื่อไม่ให้เป็นการขยายความ แต่เมื่อปีที่ผ่านมาพวกเขาตัดสินใจเปลี่ยนกลยุทธ์และเดินหน้าฟ้องร้องอย่างเต็มตัว เนื่องจากขนาดของการโจมตีนั้นรุนแรงและกว้างขวางเกินกว่าจะยอมรับได้อีกต่อไป

ทั้งนี้ บริจิตต์ มาครง พบกับ เอ็มมานูเอล มาครง ครั้งแรกขณะที่เธอเป็นครูในโรงเรียนมัธยมของเขา ทั้งคู่แต่งงานกันในปี 2007 โดยขณะนั้นมาครงมีอายุ 29 ปี และบริจิตต์มีอายุในวัย 50 กลางๆ ซึ่งทฤษฎีสมคบคิดเรื่องเพศสภาพของเธอเริ่มแพร่ระบาดอย่างหนักนับตั้งแต่มาครงชนะการเลือกตั้งครั้งแรกในปี 2017 เป็นต้นมา.

ศาลปารีสตัดสินลงโทษ 10 ราย ฐานไซเบอร์บูลลี่ “บริจิตต์ มาครง” ภริยาประธานาธิบดีฝรั่งเศส

คดีศาลปารีสตัดสินลงโทษ 10 ราย ฐานไซเบอร์บูลลี่ “บริจิตต์ มาครง” ภริยาประธานาธิบดีฝรั่งเศส สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการกลั่นแกล้งบนโลกออนไลน์ที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลกระทบอย่างมากต่อผู้ถูกกระทำ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ผลกระทบของไซเบอร์บูลลี่ที่มีต่อ บริจิตต์ มาครง

จากคำแถลงของบุตรสาวของบริจิตต์ มาครง แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าการถูกไซเบอร์บูลลี่นั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ตัวเธอเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงครอบครัวและคนรอบข้างอีกด้วย การที่ต้องระมัดระวังในการใช้ชีวิตประจำวัน การถูกล้อเลียนที่โรงเรียน ล้วนเป็นบาดแผลทางใจที่ยากจะเยียวยา

คดีนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับสังคมในการตระหนักถึงพิษภัยของการกลั่นแกล้งออนไลน์ และความจำเป็นในการร่วมมือกันเพื่อต่อต้านพฤติกรรมเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการให้ความรู้ การสร้างความเข้าใจ หรือการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมออนไลน์ที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์สำหรับทุกคน

ที่มา – ศาลปารีสตัดสินลงโทษ 10 ราย ฐานไซเบอร์บูลลี่ “บริจิตต์ มาครง” ภริยาประธานาธิบดีฝรั่งเศส

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: