วันนี้เรามีข่าวด่วนที่หลายคนรอคอยกันเลยทีเดียว นั่นคือ ศาลให้ประกัน “อัจฉริยะ” วงเงิน 4 แสน มีเงื่อนไขห้ามไปยุ่งกับพยานหลักฐาน ครับ! เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2569 ที่ศาลอาญารัชดาภิเษก หลังจากที่ตำรวจกองปราบนำตัวผู้ต้องหาทั้งสามคนมาฝากขังครั้งแรก
ศาลให้ประกัน “อัจฉริยะ” วงเงิน 4 แสน มีเงื่อนไขห้ามไปยุ่งกับพยานหลักฐาน
มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยนะครับ ผู้ต้องหาที่หนึ่งคือ พ.ต.อ.กวินศักดิ์ พีรยศธนนนท์, ที่สอง น.ส.วิภาดา และที่สาม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ถูกกล่าวหาว่าร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อเสรีภาพ ชื่อเสียง และยังมีข้อหาร่วมกันกรรโชกอีกด้วย คดีนี้หนักหน่วงเพราะเป็นที่สนใจของสังคมมาก
ทางพนักงานสอบสวนจากกองบังคับการปราบปราม โดย พ.ต.ท.ปราโมทย์ ศุขศรีไพศาล ได้นำตัวมาฝากขัง 12 วัน เพราะยังสอบสวนไม่เสร็จ ต้องรอพยานอีก 15 ปาก รอผลตรวจของกลาง ลายนิ้วมือ และประวัติผู้ต้องหา ตำรวจคัดค้านประกันตัวเพราะกลัวผู้ต้องหาจะไปยุ่งเหยิง และคดีนี้กระทบภาพลักษณ์ตำรวจและกระบวนการยุติธรรมมาก เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นกลุ่มที่แบ่งหน้าที่กันขู่เรียกเงินจากข้าราชการ ทนาย และคนในวงการกฎหมาย
เงื่อนไขประกันตัวที่ศาลกำหนดชัดเจน
แต่สุดท้ายศาลก็ตัดสินอนุญาตประกันตัวนะครับ สำหรับนายอัจฉริยะ วงเงิน 4 แสนบาท พ.ต.อ.กวินศักดิ์ 2 แสน และน.ส.วิภาดา 1 แสนบาท เงื่อนไขเข้มงวดมาก ห้ามยุ่งกับพยานหลักฐาน ห้ามกระทำการใดที่เป็นอุปสรรคต่อการสอบสวน ห้ามเข้าใกล้ ข่มขู่ หรือยุ่งเกี่ยวผู้เสียหายและพยานในคดีที่คล้ายกัน ถ้าฝ่าฝืน ศาลเพิกถอนประกันทันที!
คดีนี้สะท้อนปัญหาใหญ่ในสังคมไทยเลยครับ โดยเฉพาะเรื่องการขู่กรรโชกในวงการยุติธรรม อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ เป็นบุคคลที่หลายคนรู้จักในฐานะนักเคลื่อนไหวทางสังคม แต่ครั้งนี้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนในขบวนการเรียกเงินจากเจ้าหน้าที่ สื่อหลายสำนักติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะมันบ่อนทำลายความเชื่อมั่นในระบบกฎหมาย
- ผู้ต้องหาถูกฝากขังครั้งแรก 12 วัน
- รอสอบพยาน 15 ปาก และผลตรวจหลักฐาน
- ตำรวจคัดค้านเพราะกลัวกระทบคดี
- ศาลให้ประกันแต่มีเงื่อนไขชัดเจน
จากที่ติดตามมาครับ คดีแบบนี้มักมีประเด็นซับซ้อนเยอะ บางคนมองว่าอัจฉริยะถูกกลั่นแกล้ง บ้างก็ว่ามีหลักฐานแน่น ต้องรอให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อไป สังคมเราควรติดตามอย่างมีสติ ไม่ตัดสินก่อนได้ยินทั้งสองฝ่าย
ขยายความนิดนึงนะครับ อัจฉริยะเคยเป็นข่าวดังหลายครั้ง จากการช่วยเหลือคดีต่างๆ แต่คราวนี้พลิกผันเป็นผู้ต้องหาเอง คำถามคือ ระบบประกันตัวในไทยทำงานยังไง? ศาลพิจารณาจากความเสี่ยงต่อคดีเป็นหลัก ถ้าคิดว่าจะหนีหรือยุ่งพยาน ก็ไม่ให้ประกัน แต่ที่นี่ให้พร้อมเงื่อนไข เพื่อสมดุลสิทธิผู้ต้องหา
สำหรับคนที่สนใจกฎหมายอาญา ข้อหาข่มขืนใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 337 สูงสุด 3 ปี และกรรโชกมาตรา 340 สูงสุด 5 ปี รวมแล้วโทษหนักได้ ถ้าพิสูจน์ได้จริง ต้องติดตามผลสอบสวนต่อไป
ส่วนตัวผมคิดว่า คดีนี้เป็นบทเรียนให้ทุกฝ่ายในกระบวนการยุติธรรมต้องโปร่งใสมากขึ้น สังคมไทยกำลังจับตา ถ้าผู้ต้องหาไม่ทำตามเงื่อนไข ก็สมน้ำหน้าครับ สุดท้ายแล้ว กฎหมายต้องอยู่เหนือใครทุกคน
คุณคิดยังไงกับคดีนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่าน ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บเราครับ!
ที่มา – ศาลให้ประกัน “อัจฉริยะ” วงเงิน 4 แสน มีเงื่อนไขห้ามไปยุ่งกับพยานหลักฐาน


