“ศิริกัญญา” ฉะงบฯ ปี 69 ไร้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ตัดได้แค่ 8.9 พันล้าน แต่เอาไปโปะงบปกติ เตือนรัฐบาลอยู่โหวตให้ครบ เพราะลงมติเป็นรายมาตรา
วันที่ 11 สิงหาคม 2568 นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้แสดงความไม่พอใจต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 ในชั้นกรรมาธิการ โดยระบุว่า งบประมาณฉบับนี้ขาดความพร้อมในการรับมือกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัว แม้จะมีการตัดลดงบประมาณส่วนเกิน หรือ “งบไขมัน” ได้เพียง 8,900 ล้านบาท แต่เงินส่วนใหญ่กลับถูกนำไปเพิ่มในงบปกติที่ตั้งไว้ไม่เพียงพอ ไม่ได้ถูกนำไปใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือช่วยเหลือภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบตามที่ตั้งใจไว้ เช่น งบประมาณสำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มที่ขาดไปกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท หรือแม้แต่งบจัดการประชุมธนาคารโลกและ IMF ก็ยังต้องขอเพิ่มในภายหลัง
นอกจากนี้นางสาวศิริกัญญายังได้แสดงความกังวลต่อการพิจารณาในวาระที่ 2-3 ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 13-15 ส.ค.นี้ โดยเตือนรัฐบาลว่า ต้องเตรียมองค์ประชุมให้พร้อมตลอดเวลา เพราะต้องมีการลงมติเป็นรายมาตรา และรัฐบาลไม่ควรคาดหวังว่าฝ่ายค้านจะเข้ามาช่วยโหวต เนื่องจากเป็นกฎหมายของคณะรัฐมนตรีที่ฝ่ายค้านไม่สามารถให้ความเห็น
ศิริกัญญา ฉะงบฯ ปี 69 ไร้กระตุ้นเศรษฐกิจ
การออกมาวิพากษ์วิจารณ์งบประมาณปี 2569 ของนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สร้างความสนใจและตั้งคำถามต่อสาธารณชนถึงความเหมาะสมในการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน การใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ประเด็นสำคัญ: งบฯ ปี 69 ไร้การกระตุ้นเศรษฐกิจ
หนึ่งในประเด็นหลักที่นางสาวศิริกัญญาหยิบยกขึ้นมาคือ การที่งบประมาณปี 2569 ขาดการเน้นย้ำในเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างชัดเจน แม้ว่าจะมีการตัดลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นออกไปบ้าง แต่เงินส่วนใหญ่กลับถูกนำไปเสริมในงบประมาณปกติ ทำให้ขาดแรงขับเคลื่อนที่จะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ
- การตัดลดงบประมาณที่ไม่ตรงจุด: แม้จะมีการตัดงบประมาณได้ 8.9 พันล้านบาท แต่กลับไม่ได้นำไปใช้ในโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
- การใช้งบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์: งบประมาณที่จัดสรรไม่ตอบโจทย์ความต้องการของภาคส่วนต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
- การของบประมาณเพิ่มเติมในภายหลัง: การที่ต้องของบประมาณเพิ่มเติมสำหรับโครงการสำคัญ แสดงให้เห็นถึงการวางแผนงบประมาณที่ไม่รัดกุม
สถานการณ์เช่นนี้อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในระยะยาว และทำให้ประชาชนไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที การพิจารณาและปรับปรุงงบประมาณให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลควรให้ความสำคัญ
การที่นางสาวศิริกัญญาออกมาเตือนเรื่ององค์ประชุมในการพิจารณางบประมาณวาระ 2-3 ก็เป็นสิ่งที่น่าจับตามอง เพราะแสดงให้เห็นถึงความกังวลว่ารัฐบาลอาจไม่สามารถผลักดันงบประมาณให้ผ่านสภาไปได้ หากองค์ประชุมไม่ครบ การที่รัฐบาลต้องพึ่งพาเสียงสนับสนุนจากฝ่ายค้านจึงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ
สรุป: การพิจารณางบประมาณปี 2569 ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการพิจารณางบประมาณจะช่วยให้การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนมากที่สุด ศิริกัญญา ฉะงบฯ ปี 69 ไร้กระตุ้นเศรษฐกิจ กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต้องร่วมกันจับตา
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก งบฯ ปี 69 ไร้การกระตุ้นเศรษฐกิจ
หากงบประมาณปี 2569 ไม่มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้น อาจนำไปสู่ผลกระทบหลายด้าน ดังนี้:
- การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ล่าช้า: การขาดงบประมาณที่มุ่งเน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตรง อาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างเชื่องช้า
- ภาระหนี้สินของประชาชนที่เพิ่มขึ้น: หากเศรษฐกิจไม่ฟื้นตัว ประชาชนอาจเผชิญกับปัญหาหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
- การลงทุนจากต่างประเทศที่ลดลง: นักลงทุนอาจขาดความเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทย หากภาครัฐไม่ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง
ดังนั้น รัฐบาลควรพิจารณาปรับปรุงงบประมาณปี 2569 ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศ
ในภาวะที่เศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอน การวางแผนและบริหารจัดการงบประมาณอย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งสำคัญ รัฐบาลควรรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และนำมาประกอบการพิจารณาเพื่อจัดทำงบประมาณที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและประเทศชาติ
ที่มา – “ศิริกัญญา” ฉะงบฯ ปี 69 ไร้งบกระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้ตัดได้แค่ 8.9 พันล้าน แต่เอาไปโปะงบปกติ


