สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามาคุยกันเรื่องดราม่าร้อน ๆ ในวงการการเมืองไทย ที่ ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ แม้จะเจอวิจารณ์หนักจากโซเชียลหลังการอภิปรายเรื่องท่องเที่ยว 365 วัน ท่ามกลางปัญหาฝุ่น PM 2.5 และประเด็นราคามะพร้าวที่ยังไม่เป็นที่พอใจของเกษตรกร นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาแถลงชี้แจงอย่างชัดเจนเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) โดยยืนยันว่าจะรับฟังทุกฝ่ายและไม่ยอมแพ้ต่อความเข้าใจผิด
ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังดราม่าท่องเที่ยว 365 วัน
เรื่องเริ่มจากในรายการอภิปรายที่พูดถึงการท่องเที่ยวไทยแบบ 365 วัน หรือเที่ยวได้ทุกวันทุกฤดู เพราะประเทศไทยมีความสวยงามตลอดปี แต่ดันไปปะทะกับประเด็นฝุ่น PM 2.5 ที่กำลังวิกฤต โดยเฉพาะที่เชียงใหม่และภาคเหนือ ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าศุภจีละเลยปัญหาสุขภาพประชาชนเพื่อโปรโมทธุรกิจท่องเที่ยวเท่านั้น
ศุภจี ชี้แจงว่า ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ เพราะเรื่องฝุ่น PM 2.5 สำคัญมาก มีคณะกรรมการและกระทรวงที่เกี่ยวข้องดูแลอยู่แล้ว มันไม่ใช่แค่กระทบการท่องเที่ยว แต่กระทบคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ด้วย แต่การพูดถึงท่องเที่ยว 365 วัน เป็นอีกมิติหนึ่งที่ช่วยสร้างรายได้ให้ประเทศ โดยเฉพาะหลังโควิดที่ท่องเที่ยวคือตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เธอบอกว่า “ไม่ได้พูดว่าฝุ่นไม่สำคัญเลย ฝุ่นอยู่ได้ ไม่ใช่แบบนั้น ต้องแก้ที่ต้นทางทั้งกรุงเทพฯ ต่างจังหวัด”
ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ รับมือการสื่อสารยุคโซเชียล
เมื่อโดนถามว่าเสียกำลังใจมั้ยหลังถูกดราม่า ศุภจียิ้มส่ายหัว บอกว่าไม่เสียเลย เพราะคนสมัยนี้อาจฟังคลิปสั้น ๆ ไม่ฟังเต็ม ๆ เราต้องมีหน้าที่อธิบายให้ชัดเจนขึ้น นี่คือทัศนคติที่น่าชื่นชมของนักการเมืองหญิงแกร่งคนนี้ ที่ไม่ยอมให้ดราม่าทำลายความมุ่งมั่น
มาดูปัญหาฝุ่น PM 2.5 กันแบบเจาะลึกหน่อย ปัญหานี้เกิดจากอะไรบ้าง? เราได้สรุปมาให้ในลิสต์นี้:
- การเผาในที่โล่ง เช่น ทางการเกษตรและขยะ
- ควันจากยานพาหนะและโรงงานอุตสาหกรรม
- ฝุ่นจากต่างประเทศพัดเข้ามา โดยเฉพาะจากพม่า ลาว
- สภาพอากาศแบบ inversion ที่ขังฝุ่นไว้
รัฐบาลมีแผนแก้ไข เช่น ส่งเสริมพืชทางเลือกแทนเผาไหม้, ควบคุมการปล่อยมลพิษ, และติดตั้งเครื่องวัดอากาศเพิ่ม แต่ต้องใช้เวลาเพราะเป็นปัญหาสะสมมานาน
แจงราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่ายแม้ราคา 10 บาท
อีกดราม่าหนึ่งที่ ส.ส. วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร จากพรรคประชาชน วิจารณ์ คือเรื่องราคามะพร้าวที่ศุภจีบอกว่าราคาขึ้น 7 บาท แต่จริง ๆ ยังอยู่แค่ 3 บาท ขอให้ฟังเกษตรกรมากกว่าข้าราชการ ศุภจีตอบแบบตรงไปตรงมา ว่าเธอฟังทุกฝ่าย ไม่ว่าราคา 3 บาท 7 บาท หรือแม้ 10 บาท ก็ยังไม่พอใจ เพราะอยากให้สูงกว่านี้
สาเหตุราคาตกเพราะปีนี้ผลผลิตมะพร้าวล้นตลาด คุณภาพบางส่วนด้อยลง ตกเกรด มีทั้งมะพร้าวบนต้นหรือเน่าเสีย ต้องแก้ทั้งห่วงโซ่ จากต้นทาง การผลิต การแปรรูป ไปจนแพ็กเกจส่งออก เธอเน้นการแปรรูปมะพร้าวเป็นน้ำมัน น้ำมะพร้าวสำเร็จรูป เพื่อเพิ่มมูลค่า และขอสื่อช่วยสื่อสารให้เกษตรกรเข้าใจ
สถิติปี 2566-2567 ไทยผลิตมะพร้าวกว่า 8 ล้านตัน ส่งออกหลักไปจีน อินเดีย แต่แข่งขันกับอินโดนีเซียฟิลิปปินส์ รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ เช่น ประกันราคา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สร้างแบรนด์เกษตรอินทรีย์ เพื่อให้ราคายั่งยืน
- เพิ่มการแปรรูป: ทำน้ำมันมะพร้าว น้ำมะพร้าวกล่อง
- พัฒนาตลาดส่งออก: เจรจา FTA ใหม่
- ควบคุมปริมาณผลิต: สนับสนุนพันธุ์ดี ทนโรค
- ช่วยเหลือเกษตรกร: อบรม จัดตลาดนัดชุมชน
เห็นมั้ยครับว่า ศุภจี ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ จริง ๆ เธอมองปัญหาแบบองค์รวม ไม่ใช่แก้แค่ผิวเผิน ในฐานะรมว.พาณิชย์ เธอผลักดันเศรษฐกิจฐานรากทั้งท่องเที่ยวและเกษตรได้ดี
ส่วนตัวผมคิดว่านี่คือตัวอย่างการสื่อสารที่ดีของนักการเมืองไทย ที่ไม่โกรธเคืองแต่เลือกอธิบายและแก้ปัญหา คุณล่ะคิดยังไงกับดราม่าครั้งนี้? คิดว่าท่องเที่ยว 365 วันทำได้จริงมั้ยท่ามกลาง PM 2.5 หรือราคามะพร้าวควรเท่าไหร่ถึงพอใจ? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะครับ แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อน ๆ อ่านด้วย!
ที่มา – “ศุภจี” ส่ายหัวไม่เสียกำลังใจ หลังเจอดราม่าท่องเที่ยว 365 วัน-ราคามะพร้าว รับฟังทุกฝ่าย

