ศุภจีเผยทีมเศรษฐกิจรับมือวิกฤติพลังงาน หลังรัฐบาลมอบหมายให้หลายกระทรวงร่วมกันวางมาตรการช่วยเหลือประชาชนจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยคาดว่าจะสรุปแนวทางและนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 22 กันยายน 2569 การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการ ทั้งด้านพลังงาน การคลัง อุตสาหกรรม และพาณิชย์ เพื่อดูแลผลกระทบต่อค่าครองชีพและภาคธุรกิจให้รอบด้านมากที่สุด
นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ทีมเศรษฐกิจได้ประชุมร่วมกันเพื่อประเมินสถานการณ์ราคาพลังงานโลก รวมถึงพิจารณาแนวทางจัดหาแหล่งเงินสำหรับบริหารราคาพลังงานอย่างเหมาะสม การดำเนินงานจะต้องพิจารณาทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เงินกู้ และงบประมาณกลางปี 2569 โดยทุกมาตรการจะต้องผ่านความเห็นชอบจากนายกรัฐมนตรีก่อนเข้าสู่ที่ประชุม ครม. อย่างเป็นทางการ
ศุภจีเผยทีมเศรษฐกิจรับมือวิกฤติพลังงานอย่างไร
มาตรการช่วยเหลือประชาชนจะครอบคลุมหลายด้าน กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบงานปลายน้ำ ได้แก่ การดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และการส่งเสริมการใช้พืชพลังงานชีวภาพเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร ขณะที่กระทรวงพลังงานจะพิจารณานโยบายเกี่ยวกับโครงสร้างราคาน้ำมันและการบริหารกองทุนน้ำมัน ส่วนกระทรวงการคลังจะดูแลข้อกฎหมายและแหล่งเงินที่สามารถนำมาใช้ได้อย่างถูกต้อง
การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานมีความสำคัญ เพราะราคาพลังงานไม่ได้กระทบเฉพาะผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อต้นทุนขนส่ง การผลิตสินค้า ราคาวัตถุดิบ ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน หากรัฐบาลช่วยเหลือเฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง อาจไม่สามารถลดผลกระทบได้อย่างยั่งยืน ดังนั้นจึงจำเป็นต้องออกแบบมาตรการที่ช่วยทั้งผู้บริโภค เกษตรกร ผู้ประกอบการรายย่อย และภาคอุตสาหกรรม
ศุภจีเผยทีมเศรษฐกิจรับมือวิกฤติพลังงาน โดยเน้นช่วยประชาชนปลายน้ำ
ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ นางศุภจีระบุว่าจะเน้นดูแลราคาสินค้าและสร้างความเป็นธรรมให้ผู้บริโภค โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอุปโภคบริโภค สินค้าเกษตร และต้นทุนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร หรือไม่แสดงป้ายราคาอย่างชัดเจน ก็จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
- ตรวจสอบการแสดงราคาสินค้าให้เห็นได้ชัดเจน
- กำกับให้ผู้ค้าจำหน่ายสินค้าตรงตามราคาที่ประกาศ
- ติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าเกษตร
- คุ้มครองผู้บริโภคจากการชั่ง ตวง หรือวัดไม่ครบถ้วน
- ส่งเสริมพืชพลังงานชีวภาพเพื่อเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร
สำหรับสถานการณ์ในตลาดโลก ความขัดแย้งระหว่างประเทศและการปิดเส้นทางเดินเรือบริเวณทะเลแดงยังเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมัน โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคยปรับขึ้นไปถึง 126 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันสิงคโปร์เคยแตะระดับ 195 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล การขนส่งที่ใช้เวลานานขึ้นและมีต้นทุนสูงขึ้นอาจทำให้ราคาพลังงาน รวมถึงต้นทุนสินค้านำเข้า ขยับตัวตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมเงินเฟ้อของไทยในช่วง 7-8 เดือนแรกของปี ยังคงต่ำกว่า 2% และคาดว่าตลอดทั้งปีจะไม่เกินกรอบเป้าหมาย 3% เมื่อเปรียบเทียบกับบางประเทศในภูมิภาค ไทยยังมีระดับราคาน้ำมันที่ไม่สูงมากนัก เนื่องจากรัฐบาลยังใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาช่วยพยุงราคา โดยราคาดีเซลในไทยอยู่ราว 39-40 บาทต่อลิตร ขณะที่ราคาดีเซลในสิงคโปร์สูงกว่า 100 บาทต่อลิตร และราคาน้ำมันเบนซินอยู่ในระดับประมาณ 88 บาทต่อลิตร
รัฐบาลยังมีบทเรียนจากการตรึงราคาน้ำมันในอดีต ซึ่งแม้ช่วยลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่ก็อาจสร้างภาระให้กองทุนและทำให้เกิดปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว แนวทางครั้งนี้จึงอาจเปิดให้ราคาปรับตามกลไกตลาดบางส่วน เพื่อสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ขณะเดียวกันก็ยังต้องมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางและผู้ที่ได้รับผลกระทบมากเป็นพิเศษ
ประเด็นสำคัญที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการชี้แจงคือ กระทรวงพาณิชย์ไม่ได้เป็นหน่วยงานกำหนดโครงสร้างราคาน้ำมัน ผู้มีอำนาจกำหนดนโยบายและโครงสร้างราคาน้ำมันคือคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน หรือ กบง. ซึ่งมีกฎหมายเฉพาะกำกับดูแลโดยตรง บทบาทของกระทรวงพาณิชย์คือการควบคุมในฐานะสินค้าควบคุม เช่น ตรวจสอบป้ายราคา ให้ผู้ค้าขายตรงตามราคาที่ประกาศ และตรวจสอบหัวจ่ายให้จ่ายน้ำมันครบตามปริมาณ
ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานจะช่วยให้ประชาชนติดตามนโยบายได้ชัดเจนขึ้น หากพบสถานีบริการไม่แสดงราคา ขายไม่ตรงกับป้าย หรือมีข้อสงสัยเรื่องปริมาณน้ำมัน ผู้บริโภคควรเก็บหลักฐานและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ตรวจสอบได้รวดเร็ว
มุมมองต่อมาตรการพลังงาน การรับมือวิกฤติพลังงานควรเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งการช่วยเหลือระยะสั้นและการแก้ปัญหาระยะยาว การอุดหนุนราคายังจำเป็นในช่วงที่ประชาชนได้รับผลกระทบหนัก แต่ควรใช้อย่างตรงกลุ่ม โปร่งใส และไม่สร้างภาระสะสมจนกระทบเสถียรภาพการคลัง ขณะเดียวกัน การสนับสนุนพลังงานทดแทน การประหยัดพลังงาน และการเพิ่มประสิทธิภาพระบบขนส่ง จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันในอนาคตได้
ประชาชนควรติดตามรายละเอียดแพ็กเกจช่วยเหลือหลังการพิจารณาของ ครม. รวมถึงตรวจสอบสิทธิและเงื่อนไขของแต่ละมาตรการอย่างรอบคอบ ส่วนผู้ประกอบการควรวางแผนต้นทุนและบริหารการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะสถานการณ์ราคาพลังงานโลกยังมีความผันผวนสูงและอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
โดยสรุป ศุภจีเผยทีมเศรษฐกิจรับมือวิกฤติพลังงาน ผ่านการประสานงานหลายกระทรวง โดยมุ่งลดผลกระทบต่อค่าครองชีพ ควบคู่กับการรักษาวินัยทางการเงินและการคุ้มครองผู้บริโภค ความสำเร็จของมาตรการจะขึ้นอยู่กับการช่วยเหลือที่ตรงจุด การสื่อสารที่ชัดเจน และการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
ที่มา – “ศุภจี” เผยทีมเศรษฐกิจระดมถกรับมือวิกฤติพลังงาน เตรียมชงแพ็กเกจช่วยประชาชนเข้าครม.22 ก.ย.นี้


