สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของชาวกรุงเทพฯ กันดีกว่าครับ นั่นคือเรื่อง “ศุภณัฐ” จี้ “ชัชชาติ” เร่งสอบ TOR จ้างเหมารถกวาดดูดฝุ่น 558 ล้าน หวั่นซ้ำรอย ทุจริตเช่ารถขยะ EV ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สำคัญมากจากนายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ แบงค์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน เพื่อปกป้องเงินภาษีของเราไม่ให้ถูกเอาเปรียบอีกต่อไป
“ศุภณัฐ” จี้ “ชัชชาติ” เร่งสอบ TOR จ้างเหมารถกวาดดูดฝุ่น 558 ล้าน หวั่นซ้ำรอย ทุจริตเช่ารถขยะ EV
ย้อนกลับไปเมื่อต้นเดือนเมษายน 2567 นายศุภณัฐ ได้มอบหมายให้ผู้แทนยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิธิทัศน์ เพื่อขอให้เร่งรัดตรวจสอบร่างเงื่อนไขทางเทคนิคและข้อกำหนดในการจัดซื้อจัดจ้าง (TOR) ของโครงการจ้างเหมารถกวาดดูดฝุ่น จำนวน 34 คัน เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่ารวมกว่า 558 ล้านบาท โครงการนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยลดฝุ่น PM2.5 ในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ที่เราทุกคนเผชิญ แต่ปัญหาคือ TOR นี้ส่อเค้าจะเอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายเดิม และกีดกันการแข่งขันอย่างไม่เป็นธรรม
ทำไม TOR นี้ถึงถูกจับตา? มาดูรายละเอียดกันครับ ก่อนอื่นเลยคือการกำหนดระยะเวลาการส่งมอบรถที่สั้นเหลือเพียง 60 วันเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่ยังไม่มีรถสำเร็จรูป หรือยังไม่ได้เตรียมดัดแปลงรถให้ตรงสเปก ไม่สามารถเข้าร่วมประมูลได้ทันเวลา นอกจากนี้ TOR ยังระบุเพียงว่าเป็น “รถพร้อมใช้” โดยไม่ได้กำหนดชัดเจนว่ารถต้องเป็นรถใหม่หรือรถเก่า ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายเดิมที่เคยมีสัญญากับภาครัฐ สามารถนำรถเก่าที่คืนทุนหมดแล้วมาเสนอราคาได้ ต้นทุนต่ำมาก แต่กรุงเทพมหานครกลับต้องรับบริการจากรถเก่าที่คุณภาพอาจไม่ดี สุดท้ายประชาชนอย่างเราก็คือผู้เสียหายที่ได้บริการไม่คุ้มค่าเงินภาษี
จุดเสี่ยงทุจริตใน TOR จ้างเหมารถกวาดดูดฝุ่น
- ระยะส่งมอบสั้นเกินไป: 60 วัน ทำให้รายใหม่แข่งขันไม่ได้ สร้างการผูกขาดให้รายเก่า
- ไม่ระบุสภาพรถชัดเจน: รถเก่าคืนทุนแล้วต้นทุนต่ำ แต่ กทม. ได้รถคุณภาพต่ำ
- มูลค่าสูง: 558 ล้านบาท หากปล่อยไปอาจซ้ำรอยกรณีเช่ารถขยะ EV มูลค่า 241 ล้านบาท 9 เดือน ที่เคยเกิดขึ้น
นายศุภณัฐ เน้นย้ำว่าต้อง “ตัดไฟแต่ต้นลม” อย่ารอให้การประมูลเสร็จสิ้นแล้วค่อยมาสืบสวน เพราะถ้าปล่อยให้เกิดความเสียหายก่อน การเรียกคืนเงินจากผู้ทุจริตอาจล่าช้า ป.ป.ช. สอบสวนนาน รอฟ้องศาล ตัดสิน และเรียกเงินคืน อาจใช้เวลาหลายปี ผู้กระทำผิดอาจหลุดรอดไปก่อน ซึ่งไม่ใช่วิธีที่ปกป้องภาษีประชาชนได้อย่างแท้จริง
ย้อนดูกรณีเช่ารถขยะ EV ที่เคยเป็นข่าวใหญ่ กทม. ปล่อยให้ประมูลจบและประกาศผู้ชนะเรียบร้อย จนนายศุภณัฐต้องไล่เปิดโปงข้อมูลต่อเนื่อง กทม. ถึงยอมยกเลิกสัญญาย้อนหลังเพื่อป้องกันความเสียหาย ถ้าเคสนี้เกิดซ้ำ จะเป็นบาดแผลใหญ่ให้ กทม. อีกครั้ง การตรวจสอบ TOR จึงสำคัญมาก เพราะ TOR คือด่านแรกที่ป้องกันทุจริตได้ หากเขียนไม่โปร่งใส ก็เปิดช่องให้เกิดปัญหาตั้งแต่เริ่ม
ในฐานะประชาชน เราควรสนับสนุนการตรวจสอบแบบนี้ เพราะเงิน 558 ล้านมาจากภาษีของเราทุกคน ไม่ใช่เงินส่วนตัวใคร โครงการลดฝุ่นควรโปร่งใส เพื่อให้ได้บริการดีที่สุด ลดมลพิษได้จริง ไม่ใช่กลายเป็นช่องโหว่ให้คนบางกลุ่มได้ประโยชน์
สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่าการเคลื่อนไหวของศุภณัฐครั้งนี้จะช่วยให้ กทม. ปรับปรุง TOR ให้ดีขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดทุจริตซ้ำซาก คุณล่ะคิดยังไงกับเรื่องนี้? ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่อไม่พลาดข่าวการเมืองที่กระทบชีวิตประจำวันของเรานะครับ การร่วมกันเฝ้าระวังคือพลังที่ทำให้ประเทศดีขึ้น!
ที่มา – “ศุภณัฐ” จี้ “ชัชชาติ” เร่งสอบ TOR จ้างเหมารถกวาดดูดฝุ่น 558 ล้าน หวั่นซ้ำรอย ทุจริตเช่ารถขยะ EV


