เจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรหนองคายร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ตรวจพบยาบ้าจำนวน 600,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในรถบรรทุกพ่วงที่เดินทางเข้าประเทศบริเวณด่านพรมแดนหนองคาย เหตุการณ์ครั้งนี้นำไปสู่การจับกุมโชเฟอร์ชาวจังหวัดอุดรธานี ซึ่งเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนและขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป
ศุลกากรหนองคายจับโชเฟอร์ขนยาบ้า
เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 20 กันยายน 2569 บริเวณช่องทางตรวจสินค้ารถบรรทุกขาเข้า ด่านพรมแดนหนองคาย สะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 1 อำเภอเมืองหนองคาย เจ้าหน้าที่เรียกรถบรรทุกพ่วงคันหนึ่งเข้าตรวจสอบ โดยมีชายอายุ 48 ปี ชาวตำบลนาข่า อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ขับรถ
จากข้อมูลเบื้องต้น รถคันดังกล่าวเป็นรถบรรทุกเปล่า ไม่มีสินค้าตามที่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่พบสิ่งผิดสังเกตบริเวณที่เก็บผ้าใบกันฝนด้านหลังหัวรถ จึงขอตรวจค้นอย่างละเอียด ก่อนพบกระเป๋าต้องสงสัยจำนวน 3 ใบซุกซ่อนอยู่ในบริเวณดังกล่าว
เจ้าหน้าที่จึงนำรถบรรทุกพ่วงเข้าเครื่องเอกซเรย์เพื่อค้นหาสิ่งของที่อาจถูกปกปิดเพิ่มเติม ผลการตรวจพบกระเป๋าอีก 1 ใบ ซ่อนอยู่บริเวณที่เก็บผ้าใบกันฝนของพ่วงท้าย ทำให้พบกระเป๋าต้องสงสัยรวมทั้งหมด 4 ใบ กระจายอยู่ทั้งบริเวณหัวรถและส่วนพ่วงท้าย
รายละเอียดการตรวจค้นและของกลาง
เมื่อเปิดกระเป๋าทั้งหมด เจ้าหน้าที่พบวัตถุจำนวนมากที่มีลักษณะคล้ายยาเสพติด จึงประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคายเข้าตรวจสอบและทดสอบสารต้องสงสัยด้วยน้ำยา ผลการทดสอบเบื้องต้นระบุว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือยาบ้า
- พบกระเป๋าต้องสงสัยรวม 4 ใบ
- ซุกซ่อนอยู่บริเวณหัวรถและพ่วงท้าย
- ตรวจยึดยาบ้าได้ประมาณ 600,000 เม็ด
- ผู้ต้องหาเป็นคนขับรถบรรทุกพ่วง อายุ 48 ปี
- เจ้าหน้าที่ส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดี
ภายหลังการตรวจยืนยัน เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้สอบสวน โดยผู้ต้องหาให้ข้อมูลเบื้องต้นว่าได้รับการว่าจ้างให้ขนยาเสพติด และจะได้รับค่าจ้างประมาณ 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเกี่ยวกับผู้ว่าจ้าง เส้นทางการลำเลียง และจุดหมายปลายทางยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่
คดีนี้มีหน่วยงานหลายฝ่ายร่วมปฏิบัติการ ทั้งด่านศุลกากรหนองคาย สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ตำรวจภูธรเมืองหนองคาย ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ทหารจากกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี ตำรวจตระเวนชายแดน และหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ การประสานงานดังกล่าวช่วยให้การตรวจสอบรถขนส่งบริเวณชายแดนทำได้รัดกุมมากขึ้น
สำหรับพื้นที่ชายแดนหนองคายถือเป็นเส้นทางสำคัญด้านการเดินทางและการขนส่งสินค้า เจ้าหน้าที่จึงต้องตรวจสอบรถบรรทุกและยานพาหนะที่ผ่านเข้าออกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรถที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยหรือมีจุดซ่อนของที่อาจใช้ลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในประเทศ
กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่าการตรวจค้นไม่ได้อาศัยเพียงการเปิดดูสินค้าทั่วไป แต่ยังใช้เครื่องเอกซเรย์และการตรวจสอบเชิงลึกเพื่อค้นหาสิ่งของที่ซุกซ่อนอยู่ในจุดอับสายตา การพบกระเป๋าบริเวณที่เก็บผ้าใบกันฝนแสดงให้เห็นว่าผู้ลักลอบอาจเลือกใช้พื้นที่ที่ไม่สะดุดตาเพื่อปกปิดของกลาง
ศุลกากรหนองคายจับโชเฟอร์ขนยาบ้า เดินหน้าขยายผล
หลังจับกุม เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองหนองคาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขั้นตอนต่อจากนี้จะเป็นการสอบปากคำ ตรวจสอบเส้นทางการติดต่อทางโทรศัพท์ และรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่อาจอยู่เบื้องหลัง
เจ้าหน้าที่จะต้องตรวจสอบด้วยว่าผู้ต้องหารู้เห็นเกี่ยวกับสิ่งของที่อยู่ในรถมากน้อยเพียงใด รวมถึงตรวจสอบเอกสารการเดินทาง รายละเอียดรถบรรทุก และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการว่าจ้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังคงได้รับสิทธิตามกระบวนการยุติธรรม และถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
การจับกุมครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการสกัดกั้นยาเสพติดบริเวณชายแดน ซึ่งต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี การข่าว และความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ประชาชนหรือผู้ประกอบการขนส่งควรตรวจสอบสินค้าและสัมภาระทุกครั้งก่อนรับงาน เพื่อป้องกันการถูกใช้เป็นช่องทางลำเลียงสิ่งผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว
ในมุมมองของผู้เขียน การป้องกันปัญหาควรดำเนินควบคู่กันทั้งการตรวจเข้มที่ด่านชายแดน การติดตามเครือข่ายผู้สั่งการ และการให้ความรู้แก่คนขับรถบรรทุกเกี่ยวกับความเสี่ยงทางกฎหมาย การทำงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่จะช่วยลดโอกาสที่ขบวนการค้ายาเสพติดจะใช้เส้นทางขนส่งทั่วไปเป็นช่องทางกระจายยาเข้าสู่ชุมชน
ที่มา – ศุลกากรหนองคาย จับโชเฟอร์รถบรรทุก ขนยาบ้า 6 แสนเม็ด สารภาพได้ค่าจ้าง 2 หมื่นบาท



