'สงคราม' เชื่อรัฐเล็งตัดตอน 2 คดีใหญ่ สั่งย้ายคนทำคดีนั่งตบยุงสำนักงานรัฐมนตรี

“สงคราม” ชี้รัฐเล็งตัดตอน 2 คดีใหญ่

“สงคราม” เชื่อรัฐเล็งตัดตอน 2 คดีใหญ่ สั่งย้ายคนทำคดีนั่งตบยุงสำนักงานรัฐมนตรี กังขาเหตุใด “ไชยชนก”เบี้ยวแจงกมธ.ดีอี คดีสินบน 40 ล้านหลังยกหินทุ่มขาตัวเอง

วันที่ 10 ต.ค. 2568 นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ อดีตที่ปรึกษานางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ไม่ประหลาดใจที่นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ปฏิเสธมาชี้แจงต่อคณะกมธ.ดีอี กรณีสินบน 40 ล้านบาทที่พูดกลางประชุมสภา ดังนั้น การที่นายไชยชนก เลือกที่จะหนีไม่ยอมรับการตรวจสอบจากคณะกมธ.ดีอี ที่เชิญมาชี้แจง อาจจะมาจากไม่รู้จะตอบอย่างไรหรือเกรงว่าหากตอบไปอาจกระทบกับคนใกล้ตัว เพราะนายไชยชนก พูดเองว่าคนที่มาติดต่อเป็นเพื่อนสมาชิกในพรรคการเมือง ดังนั้นจากการกระทำของนายไชยชนก หลายฝ่ายกังขาว่า การแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์อาจจะไม่ประสบผลสำเร็จเหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา

ห่วงคอลเซ็นเตอร์กลับมาอาละวาด

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าอาชญากรรมทางไซเบอร์สร้างความเสียหายให้กับประชาชนคนไทย คิดเป็นมูลค่าหลักหมื่นล้านบาท 2 ปีที่ผ่านมา ศูนย์ต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ 1441 ของประเทศไทย หรือ เอโอซี พบว่าความเสียหายที่กลุ่มคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงคนไทย อยู่ที่เดือนละ 1,000 ล้านบาท หรือ ปีละ 12,000 ล้านบาท หากรัฐบาลไม่มีนโยบายในการปราบปรามที่เข้มข้นหรือไม่ชัดเจน ประชาชนหวั่นใจว่าอาชญากรรมเหล่านี้กลับมาสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจไทยอีกครั้งอย่างแน่นอน

โวยโยกย้ายคนทำคดีนั่งตบยุง

“ภายหลังเข้ามาบริหารประเทศ พฤติกรรมรัฐบาลส้มอุ้มที่อ้างว่าจะไม่แทรกแซงกระบวนการยุติธรรมนั้น คำพูดต่างจากการกระทำโดยสิ้นเชิง เห็นได้จากความพยายามตัดตอนคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. เพราะคำสั่งแรกของ พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คือ การโยกย้ายข้าราชการในกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ที่กำลังทำคดีสำคัญที่เกี่ยวพันกับคนโตบุรีรัมย์ มานั่งตบยุงหน้าห้องรัฐมนตรี จึงเป็นการตัดตอนการสืบหาความจริงในคดีสำคัญ นอกจากนี้ยังสามารถยึดอำนาจเบ็ดเสร็จเพราะส่งคนของตนเองเข้ามาควบคุมอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งตำแหน่งที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี -รัฐมนตรีหลายกระทรวง ดังนั้นกรณีที่อ้างว่าจะไม่แทรกแซงคดีเขากระโดง-ฮั้ว สว. จึงไม่เป็นจริง คำว่า ความยุติธรรมต้องไม่ถูกทำลาย คือคำพูดที่ติดปากเท่านั้น เพราะความจริงที่เกิดขึ้นมันย้อนแย้งกับคำพูดของผู้นำรัฐบาลอย่างสิ้นเชิง” นายสงคราม

“สงคราม” เชื่อรัฐเล็งตัดตอน 2 คดีใหญ่

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายสงครามได้ออกมาแสดงความกังวลอย่างชัดเจนต่อการดำเนินงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม และการโยกย้ายข้าราชการที่กำลังทำคดีสำคัญ การกระทำเหล่านี้สร้างความไม่มั่นใจให้กับประชาชน และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมของประเทศ

เจาะลึกประเด็น “สงคราม” เชื่อรัฐเล็งตัดตอน 2 คดีใหญ่

ประเด็นหลักที่นายสงครามเน้นย้ำคือความพยายามในการ “ตัดตอน” คดีสำคัญ ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจนำไปสู่การบิดเบือนความจริง และการช่วยเหลือผู้กระทำผิดให้พ้นจากความรับผิดชอบ การโยกย้ายข้าราชการที่กำลังทำคดีสำคัญ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ไม่ดี และอาจทำให้การสืบสวนสอบสวนคดีดังกล่าวเป็นไปอย่างไม่โปร่งใส

ความกังวลอีกประการหนึ่งคือการที่รัฐบาลอาจใช้ตำแหน่งและอำนาจในการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองหรือส่วนตัว การกระทำดังกล่าวขัดต่อหลักการของความยุติธรรม และอาจทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นในรัฐบาล

นอกจากนี้ นายสงครามยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงพฤติกรรมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่ปฏิเสธไม่มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ กรณีสินบน 40 ล้านบาท การกระทำดังกล่าวสร้างความเคลือบแคลงสงสัย และอาจทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการทำงานของรัฐมนตรี

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ เพื่อป้องกันการใช้อำนาจโดยมิชอบ และรักษาไว้ซึ่งหลักการของความยุติธรรม การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาล เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของรัฐบาลเป็นไปอย่างโปร่งใส และมีความรับผิดชอบต่อสังคม

สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้ตอกย้ำถึงความสำคัญของการมีรัฐบาลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพหลักการของความยุติธรรม การใช้อำนาจโดยมิชอบและการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม จะส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม

ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้ การติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล และเรียกร้องให้มีการดำเนินงานที่โปร่งใสและมีความรับผิดชอบ เพื่อสร้างสังคมที่เป็นธรรมและน่าอยู่สำหรับทุกคน เราต้องจับตาดูว่ารัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในเรื่องนี้ และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนอนาคตของประเทศ

ที่มา – “สงคราม” เชื่อรัฐเล็งตัดตอน 2 คดีใหญ่ สั่งย้ายคนทำคดีนั่งตบยุงสำนักงานรัฐมนตรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: