สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกสุขภาพทุกท่าน! ช่วงนี้สถานการณ์ในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะความขัดแย้งที่กระทบต่อห่วงโซ่อุปทานยาและเวชภัณฑ์ทั่วโลก ไทยเราก็ไม่รอดพ้นผลกระทบ เพราะหลายตัวยานำเข้าจากพื้นที่นั้น วันนี้เราจะมาพูดถึง สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนจากกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ที่จะช่วยให้ระบบสาธารณสุขของเรามั่นคง ไม่ให้ผู้ป่วยเดือดร้อนครับ
สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน
นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดสธ. ได้ให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่า สธ. ได้ประเมินผลกระทบระยะกลางจากสถานการณ์นี้อย่างละเอียด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประชุมร่วมกับบริษัทยายักษ์ใหญ่แล้ว พบว่าสต็อกยาและเวชภัณฑ์ในไทยยังพอใช้ได้ 3-4 เดือน แต่ที่แน่นอนคือราคาจะปรับสูงขึ้นแน่นอน เพราะต้นทุนนำเข้าพุ่งปรี๊ด!
ส่วนยาที่เสี่ยงขาดแคลน สธ. เตรียมรับมือเต็มสูบ โดยเฉพาะกลุ่มที่พึ่งพาการนำเข้าจากอิสราเอลและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตสำคัญ เรามาดูกันว่ามีตัวไหนบ้าง
ยาและเวชภัณฑ์เสี่ยงขาดที่ต้องจับตา
- ยาวาร์ฟาริน (Warfarin): ยาต้านการแข็งตัวของเลือดที่ผู้ป่วยหัวใจและหลอดเลือดขาดใช้กันเยอะ ปกตินำเข้าจากอิสราเอล ตอนนี้ยังไม่ขาด แต่ถ้าสงครามยืดเยื้อ สธ. จะเสริมทัพนำเข้าจากอินเดีย จีน และยุโรปทันที พร้อมเร่งปรับขึ้นทะเบียนยาให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้ผู้ป่วยขาดยา
- น้ำยาล้างไตทางช่องท้อง: ต้องใช้วัสดุพลาสติกเกรดพิเศษ ปัญหานี้ อย. แก้ไขเรียบร้อยแล้ว โดยช่วยประสานนำเข้าจากแหล่งอื่นๆ ทำให้ไม่ต้องกังวล
- น้ำยาล้างฟอกไตแบบแกลลอน: กำลังหารือให้กลับมาใช้ระบบหมุนเวียนได้ รวมถึงเวชภัณฑ์อื่นๆ ที่อาจปรับเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ทดแทน เพื่อลดการพึ่งพิงแหล่งเดิม
นอกจากเรื่องยา สธ. ยังปรับระบบบริการผู้ป่วยให้คล่องตัวขึ้น เช่น ส่งเสริมการใช้แพทย์ทางไกล (Telemedicine) สำหรับผู้ป่วยนอกมากขึ้น ลดการเดินทางแออัด ลดความเสี่ยงแพร่เชื้อด้วย ปรับการจ่ายยาจากเดิม 4 เดือน เหลือแค่ 1-2 เดือน แต่เพิ่มบริการจัดส่งยาถึงบ้าน สะดวกสุดๆ สำหรับผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง
ด้านการบริหารสถานพยาบาล สธ. สั่งเน้นลดการใช้พลังงาน ติดตั้งโซลาร์เซลล์เพิ่ม ลดการใช้กระดาษ เปลี่ยนเป็นดิจิทัลทั้งหมด เพื่อรับมือถ้าค่าพลังงานหรือวัสดุอุปกรณ์แพงขึ้นจากวิกฤต
มาตรการรับมือแบบ 3 ระยะ จาก อย.
นพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา รองปลัดสธ. เผยว่า อย. เตรียมประกาศมาตรการชัดเจน แบ่งเป็น 3 ระยะ เพื่อสกัดยาขาดและยาแพง
- ระยะสั้น (3-4 เดือน): ควบคุมการใช้ยาให้สมเหตุสมผล เจรจาราคายาระดับเขตสุขภาพหรือประเทศ เพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง ถ้าจำเป็นจะควบคุมราคาไม่ให้แพงเกินไป
- ระยะกลาง (6 เดือนขึ้นไป): สร้างระบบ “หนึ่งเขตสุขภาพ หนึ่งจังหวัด หนึ่งโรงพยาบาล” เพื่อแบ่งปันทรัพยากรยา เตียง และบุคลากร ระหว่างสถานบริการในพื้นที่ ลดปัญหาขาดแคลนเฉพาะจุด
- ระยะยาว (12 เดือนขึ้นไป): สนับสนุนการผลิตยาในประเทศเต็มรูปแบบ ลดการพึ่งพาการนำเข้า สร้างความมั่นคงยั่งยืน
แผน สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน นี้ แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของสธ. ในการรับมือวิกฤตโลกได้ดีทีเดียวครับ ไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่คิดถึงอนาคตด้วย ผู้ป่วยไทยมั่นใจได้ว่ายาจะไม่ขาด และราคาไม่บานปลายง่ายๆ
สำหรับเพื่อนๆ ที่ใช้ยาเหล่านี้หรือมีญาติผู้ป่วย แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ประจำตัวเพื่อตรวจสต็อกและปรับแผนการรักษาแต่เนิ่นๆ นะครับ หรือถ้าอยากอัพเดทข่าวสุขภาพเพิ่มเติม สมัครรับข่าวสารบล็อกเราได้เลย รับรองมีข้อมูลดีๆ มาเสิร์ฟต่อเนื่อง!
ที่มา – สธ.กางแผนรับมือยาแพง-สกัดยาขาด เสริมทัพนำเข้า ปรับแผนจ่ายยาเหลือ 1-2 เดือน


