สนามบินสหรัฐฯ ปั่นป่วน สายเคเบิลขาด เที่ยวบินล่าช้า กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความกังวลให้กับผู้โดยสารจำนวนมากในพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ หลังระบบควบคุมการจราจรทางอากาศเกิดขัดข้องจากเหตุคนงานก่อสร้างตัดสายเคเบิลโดยไม่ตั้งใจ เหตุการณ์นี้ทำให้สนามบินหลายแห่งต้องชะลอการขึ้นลงของเครื่องบิน และส่งผลต่อแผนการเดินทางของผู้โดยสารเป็นวงกว้าง
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เหตุขัดข้องเกิดขึ้นในช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 โดยสนามบินขนาดใหญ่ในรัฐนิวยอร์ก นิวเจอร์ซีย์ เพนซิลเวเนีย และแมสซาชูเซตส์ ต่างได้รับผลกระทบ เจ้าหน้าที่ด้านการบินจำเป็นต้องประกาศใช้มาตรการหยุดบินชั่วคราว รวมถึงสั่งให้สายการบินเลื่อนเที่ยวบินบางส่วน เพื่อรักษาความปลอดภัยระหว่างที่กำลังตรวจสอบและแก้ไขระบบ
สนามบินสหรัฐฯ ปั่นป่วน สายเคเบิลขาด เที่ยวบินล่าช้า
สาเหตุสำคัญมาจากสายเคเบิลที่มีความจำเป็นต่อระบบควบคุมการจราจรทางอากาศถูกตัดขาดระหว่างการก่อสร้างในรัฐนิวเจอร์ซีย์ เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า สายดังกล่าวเกี่ยวข้องกับระบบควบคุมการเข้าใกล้ด้วยเรดาร์ หรือ Terminal Radar Approach Control ซึ่งทำหน้าที่ช่วยนำทางเครื่องบินในช่วงบินขึ้นและลงจอด ช่วงเวลาดังกล่าวถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่สุดช่วงหนึ่งของการเดินทางทางอากาศ เพราะเครื่องบินหลายลำต้องรักษาระยะห่างและปฏิบัติตามคำสั่งอย่างแม่นยำ
แม้สายเคเบิลที่เสียหายจะเป็นเครือข่ายสำรอง แต่ปัญหากลับถูกพบในช่วงที่วงจรหลักกำลังเกิดความขัดข้องพอดี เมื่อระบบหลักไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ระบบสำรองจึงต้องเข้ามาช่วยรับภาระ แต่กลับถูกตัดขาดไปก่อนหน้านั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถสลับการทำงานได้อย่างราบรื่น เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินจำเป็นต้องมีระบบสำรองที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ
สนามบินสหรัฐฯ ปั่นป่วน สายเคเบิลขาด เที่ยวบินล่าช้า กระทบที่ไหนบ้าง
สนามบินนานาชาตินิวอาร์ก ลิเบอร์ตี ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ตามข้อมูลจากเว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน FlightAware พบว่าเที่ยวบินขาออกจากสนามบินแห่งนี้จำนวน 267 เที่ยวบินต้องล่าช้า ขณะที่เที่ยวบินขาเข้าอีก 257 เที่ยวบิน ซึ่งมีปลายทางเป็นสนามบินนิวอาร์ก ก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน ตัวเลขดังกล่าวทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องรออยู่ภายในอาคารผู้โดยสาร และบางรายอาจพลาดเที่ยวบินต่อเนื่องหรือกิจกรรมนัดหมายสำคัญ
นอกจากสนามบินนิวอาร์กแล้ว สนามบินนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี และสนามบินลาการ์เดียในนครนิวยอร์ก ก็ได้รับผลกระทบจากระบบควบคุมที่หยุดชะงักด้วย รวมถึงสนามบินนานาชาติฟิลาเดลเฟียในรัฐเพนซิลเวเนีย โดยเที่ยวบินที่เดินทางเข้าสู่พื้นที่ใกล้เคียงอาจต้องวนรอ เปลี่ยนเส้นทาง หรือจอดพักที่สนามบินอื่นชั่วคราว ขึ้นอยู่กับคำสั่งของเจ้าหน้าที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ
สำหรับผู้โดยสารที่มีแผนเดินทางในช่วงเวลาดังกล่าว ผลกระทบไม่ได้มีเพียงการรอขึ้นเครื่องเท่านั้น แต่อาจรวมถึงการเปลี่ยนประตูขึ้นเครื่อง การยกเลิกเที่ยวบิน กระเป๋าสัมภาระเดินทางล่าช้า และการพลาดเที่ยวบินต่อเครื่อง สายการบินจึงแนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงก่อนเดินทางไปสนามบิน และเผื่อเวลาสำหรับขั้นตอนต่าง ๆ มากกว่าปกติ
สาเหตุสายเคเบิลขาดและการเร่งซ่อมแซม
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ระบุว่า ความเสียหายเกิดจากคนงานของบริษัทแอมแทร็ก ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถไฟระหว่างเมืองของรัฐบาลสหรัฐฯ ขณะดำเนินงานก่อสร้างในรัฐนิวเจอร์ซีย์ ความผิดพลาดระหว่างการขุดหรือปรับปรุงพื้นที่สามารถส่งผลต่อสายสื่อสารใต้ดินได้อย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเขตเมืองที่มีระบบสาธารณูปโภคจำนวนมากวางซ้อนกันอยู่ใต้พื้นดิน
เวอไรซอน บริษัทโทรคมนาคมรายใหญ่และเจ้าของสายเคเบิลดังกล่าว ออกแถลงการณ์ว่ากำลังเร่งดำเนินการซ่อมแซมให้เร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ พร้อมยืนยันว่าบริษัทไม่มีส่วนรับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น การซ่อมแซมลักษณะนี้ต้องอาศัยทีมวิศวกร ช่างเทคนิค และเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยหลายฝ่าย เพราะสายเคเบิลที่เกี่ยวข้องกับการบินต้องได้รับการทดสอบอย่างละเอียดก่อนนำกลับมาใช้งาน
นายฌอน ดัฟฟี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ระบบโทรคมนาคมล่ม และบีบให้องค์การบริหารการบินแห่งชาติสหรัฐฯ หรือ FAA ต้องสั่งระงับเที่ยวบินบางส่วน การตัดสินใจดังกล่าวอาจสร้างความไม่สะดวกให้กับผู้โดยสาร แต่เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อไม่ให้เครื่องบินจำนวนมากอยู่ในอากาศโดยมีข้อมูลควบคุมไม่เพียงพอ
ผลกระทบต่อการเดินทางและการประชุม UNGA
เหตุขัดข้องเกิดขึ้นไม่นานก่อนการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือ UNGA ที่นครนิวยอร์กจะเริ่มขึ้นในวันที่ 22 กันยายน จึงมีความกังวลว่าเที่ยวบินที่ขนส่งผู้นำประเทศ เจ้าหน้าที่ระดับสูง นักการทูต และผู้สื่อข่าวจากหลายพื้นที่อาจได้รับผลกระทบ สนามบินในเขตนิวยอร์กมีแนวโน้มที่จะคึกคักมากกว่าปกติอยู่แล้วในช่วงการประชุมระดับนานาชาติ การหยุดชะงักของระบบควบคุมการบินจึงอาจทำให้ตารางเดินทางตึงตัวมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ด้านการบินยังคงประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจะทยอยเปิดให้บริการตามความพร้อมของระบบ ความปลอดภัยยังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้ผู้โดยสารอาจรู้สึกหงุดหงิดจากการรอคอย แต่การชะลอเที่ยวบินย่อมดีกว่าการเร่งเปิดระบบที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบอย่างครบถ้วน
คำแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบ
- ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสายการบินก่อนออกจากบ้าน
- เผื่อเวลาเดินทางไปสนามบินมากกว่าปกติ และเตรียมรับมือกับคิวเช็กอินหรือจุดตรวจที่ยาวขึ้น
- หากมีเที่ยวบินต่อเครื่อง ควรติดต่อสายการบินเพื่อสอบถามทางเลือกในการเปลี่ยนเที่ยวบิน
- เก็บใบเสร็จค่าอาหาร ค่าเดินทาง หรือค่าที่พักไว้ หากสายการบินมีนโยบายช่วยเหลือผู้โดยสารจากเที่ยวบินล่าช้า
- ติดตามประกาศจาก FAA สนามบิน และสายการบินอย่างใกล้ชิด เพราะข้อมูลอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
เหตุการณ์ สนามบินสหรัฐฯ ปั่นป่วน สายเคเบิลขาด เที่ยวบินล่าช้า เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าโครงสร้างพื้นฐานด้านการบินมีความเชื่อมโยงกับระบบโทรคมนาคมมากเพียงใด สายเคเบิลเพียงเส้นเดียวอาจกระทบเที่ยวบินหลายร้อยเที่ยวและผู้โดยสารนับหมื่นคนได้ในเวลาไม่นาน ในมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มการสำรวจแนวสายสาธารณูปโภค ปรับปรุงระบบสำรอง และสื่อสารกับผู้โดยสารอย่างรวดเร็ว เพื่อจำกัดผลกระทบหากเกิดเหตุลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต
หากคุณกำลังจะเดินทางผ่านสนามบินในพื้นที่ดังกล่าว ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากสายการบินก่อนออกเดินทาง และวางแผนสำรองไว้เสมอ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเครียดและทำให้รับมือกับความล่าช้าได้ดีขึ้น
ที่มา – สนามบินสหรัฐฯ ปั่นป่วน คนงานทำสายเคเบิลขาด เที่ยวบินล่าช้าอื้อ


