สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2

สว. พร้อมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะ 1 และ 2

สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2 หวังรัฐบาลใหม่ทำงานได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงษ์ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 กันยายน จะมีการประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อหารือกรอบเวลาการอภิปรายนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยมี สว. กว่า 30 คน แสดงความจำนงที่จะเข้าร่วมอภิปราย ส่วนตัวคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่จะสามารถทำตามนโยบายที่แถลงไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำงานได้ดีกว่ารัฐบาลชุดที่ผ่านมา

นายพิสิษฐ์กล่าวถึงการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นร่างแก้ไขของพรรคการเมือง แต่ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบโดยเฉพาะประเด็นที่อาจขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เช่น กรณีที่รัฐสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ได้โดยตรง

อย่างไรก็ตาม นายพิสิษฐ์ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่เสียง สว. จำนวน 1 ใน 3 จะเห็นชอบรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระแรก แต่ย้ำจุดยืนส่วนตัวและเชื่อว่า สว. ส่วนใหญ่จะไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน หากมีการแก้ไข หมวด 1 (บททั่วไป) และหมวด 2 (พระมหากษัตริย์) ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและถือเป็นจุดยืนที่สำคัญของ สว. ในการพิจารณาเรื่องนี้

สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2

การแสดงท่าทีของ สว. ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ เพราะแสดงให้เห็นถึงความพร้อมที่จะพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางส่วน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ชัดเจนในเรื่องของหมวด 1 และ 2 ซึ่งเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อโครงสร้างทางการเมืองของประเทศ การที่ สว. ย้ำจุดยืนในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความระมัดระวังในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ และต้องการที่จะรักษาไว้ซึ่งหลักการพื้นฐานของประเทศ

ถึงแม้ว่า สว. จะมีความพร้อมที่จะร่วมโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ก็ต้องพิจารณาถึงรายละเอียดของร่างแก้ไขอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในประเด็นที่อาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของ สว. ในการโหวตแก้รัฐธรรมนูญ

การตัดสินใจของ สว. ในการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น มีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ความคิดเห็นของประชาชน และความเห็นของนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ จึงควรที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างรอบด้านและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย

นอกจากนี้ การสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะหากประชาชนไม่เข้าใจหรือไม่มีความเชื่อมั่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ก็อาจจะเกิดความขัดแย้งและความไม่สงบในสังคมได้ ดังนั้น รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ ควรที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องและโปร่งใสแก่ประชาชน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2 เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ ควรที่จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

การที่ สว. แสดงท่าทีชัดเจนว่าจะไม่แตะต้องหมวด 1 และ 2 นั้น เป็นการส่งสัญญาณไปยังพรรคการเมืองต่างๆ ว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้ และจะต้องไม่กระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นที่เคารพของคนไทยส่วนใหญ่ การที่ สว. ย้ำจุดยืนในเรื่องนี้ แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะรักษาไว้ซึ่งความมั่นคงของชาติและความสงบสุขของประชาชน

โดยสรุปแล้ว การที่ สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2 นั้น ถือเป็นข่าวที่น่าสนใจและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด รัฐบาลและพรรคการเมืองต่างๆ ควรที่จะให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างรอบคอบและเป็นธรรม เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง การเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ร่วมติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวและสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างมีเหตุผล!

ที่มา – สว. แย้มพร้อมร่วมโหวตแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่แตะหมวด 1 และ 2

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: