ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเติบโตอย่างรวดเร็ว โครงสร้างพื้นฐานอย่าง Data Center กลายเป็นหัวใจสำคัญ แต่รู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังการทำงานเหล่านั้นอาจแฝงไปด้วยความเสี่ยง นายสุนทร พฤกษพิพัฒน์ สมาชิกวุฒิสภา จึงได้ออกมาเคลื่อนไหวด้วยการสว.สุนทร แนะยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรอง เพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่อาศัยอยู่โดยรอบ
สว.สุนทร แนะยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรอง
หลายคนอาจไม่ทราบว่า Data Center ในปัจจุบันมีการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงไว้จำนวนมหาศาล เพื่อใช้ปั่นไฟในกรณีฉุกเฉิน ซึ่งปริมาณการจัดเก็บนั้นอาจสูงถึงหลายแสนลิตร สมาชิกวุฒิสภาชี้ให้เห็นว่าแม้จะมีกฎหมายควบคุมอยู่บ้าง แต่มาตรฐานการจัดการยังไม่เข้มงวดเท่ากับสถานีบริการน้ำมัน ทั้งที่ความเสี่ยงนั้นไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย นี่คือเหตุผลหลักที่ สว.สุนทร แนะยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรอง อย่างเร่งด่วน
ความแตกต่างของมาตรฐานความปลอดภัยอาคาร
ปัญหาสำคัญที่คุณสุนทรมองเห็นคือ การที่อาคาร Data Center ถูกจัดประเภทเป็นเพียงโกดังสินค้า ทำให้มาตรฐานการตรวจสอบโครงสร้างและการป้องกันอัคคีภัยไม่ได้รับการดูแลอย่างจริงจังเหมือนปั๊มน้ำมัน โดยเฉพาะความเสี่ยงที่เกิดจากระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ภายในอาคาร ซึ่งหากรวมเข้ากับคลังน้ำมันสำรองขนาดย่อมที่อยู่ในชุมชนเมือง ยิ่งต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
- Data Center มีการสำรองเชื้อเพลิงมากกว่าสถานีบริการน้ำมันทั่วไป
- ระบบไฟฟ้าภายใน Data Center มีความซับซ้อนสูง เสี่ยงต่อการเกิดไฟฟ้าลัดวงจร
- อาคารประเภทโกดังไม่มีข้อกำหนดเรื่องการขุดถังน้ำมันใต้ดินแบบปั๊มน้ำมัน
ในมุมมองของสถาปนิกและผู้ที่มีประสบการณ์ คุณสุนทรเปรียบเทียบว่าการสำรองไฟเพื่อใช้งานถึง 2 วัน เทียบกับห้างสรรพสินค้าที่สำรองเพียงไม่กี่ชั่วโมงนั้นเป็นความแตกต่างที่มหาศาล ดังนั้น การมีคลังน้ำมันอยู่กลางชุมชนโดยไม่มีมาตรการควบคุมที่เหมาะสม จึงเป็นประเด็นที่หน่วยงานรัฐต้องเข้ามาดูแลโดยด่วน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่คนในพื้นที่
ในท้ายที่สุด การพัฒนาเทคโนโลยีและเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องไม่แลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสวัสดิภาพของประชาชน รัฐบาลควรเปิดโอกาสให้มีการทบทวนกฎหมายให้ทันสมัยและรัดกุม เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัยครับ
ที่มา – สว.สุนทร แนะยกระดับกฎหมายควบคุมพื้นที่เก็บเชื้อเพลิงสำรอง


