สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักขึ้น เมื่อสหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม โดยเฉพาะเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli เพื่อเสริมกำลังทหารท่ามกลางความขัดแย้งกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังขู่จะโจมตีอิหร่านอย่างหนักในสัปดาห์หน้า ทำให้หลายฝ่ายกังวลว่าอาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่
สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม แล้ว USS Tripoli คืออะไร?
สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม โดยเรือ USS Tripoli ซึ่งเป็นเรือรบรุ่น LHA (Landing Helicopter Assault) ขนาดใหญ่ สามารถบรรทุกนาวิกโยธิน โดรน และเฮลิคอปเตอร์โจมตีได้จำนวนมาก เรือลำนี้ถูกส่งไปเสริมทัพในทะเลแดงและอ่าวเปอร์เซีย เพื่อปกป้องเส้นทางการขนส่งน้ำมันและตอบโต้ภัยคุกคามจากอิหร่าน การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากทรัมป์ให้สัมภาษณ์ Fox News เมื่อ 13 มี.ค. ว่ากองทัพสหรัฐจะโจมตีเป้าหมายอิหร่านอย่างรุนแรงมากขึ้น
นอกจากนี้ กองทัพสหรัฐยังเพิ่มกำลังพลนาวิกโยธินอีกหลายพันนาย ทำให้กำลังทหารในภูมิภาคนี้พุ่งสูงสุดในรอบหลายปี สิ่งนี้สะท้อนถึงกลยุทธ์ของสหรัฐในการยกระดับปฏิบัติการร่วมกับอิสราเอล เพื่อกดดันอิหร่านให้ยอมจำนน
หลังทรัมป์ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น สถานการณ์จะเป็นอย่างไร
ทรัมป์ประกาศชัดว่าจะโจมตีอิหร่านหนักขึ้นภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งเป็นการตอบโต้ต่อการโจมตีของอิหร่านที่ยังไม่หยุด สงครามครั้งนี้เริ่มต้นตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ เมื่อสหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศ ทำให้ผู้นำสูงสุดอาลี คาเมเนอีเสียชีวิต ลูกชายโมจตาบา คาเมเนอีที่ขึ้นเป็นผู้นำใหม่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์นั้น
ผลจากการโจมตีของสหรัฐ–อิสราเอล: กว่า 15,000 เป้าหมาย
พีท เฮกเซ็ท รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เผยว่าตั้งแต่เริ่มสงคราม กองทัพสหรัฐและอิสราเอลโจมตีเป้าหมายฝ่ายอิหร่านไปแล้วกว่า 15,000 แห่ง เฉลี่ยวันละกว่า 1,000 ครั้ง ส่งผลให้ศักยภาพทางทหารของอิหร่านลดฮวบ
- การยิงขีปนาวุธลดลง 90%
- การโจมตีด้วยโดรนลดลง 95%
- โครงสร้างบัญชาการและคลังอาวุธถูกทำลายเกือบหมด
อย่างไรก็ตาม อิหร่านยังขู่จะกดดันการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ขนส่งน้ำมัน 40% ของโลก หากสหรัฐยังโจมตีต่อไป
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมัน
สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นกว่า 20% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ความไม่แน่นอนในภูมิภาคนี้กระทบห่วงโซ่อุปทานพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะยุโรปและเอเชียที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซีย นักวิเคราะห์เตือนว่าหากสงครามลุกลาม ราคาน้ำมันอาจแตะ 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อโลกพุ่ง
นอกจากนี้ ความขัดแย้งยังดึงดูดกลุ่มก่อการร้ายอื่นๆ เข้ามา ทำให้ความมั่นคงในตะวันออกกลางยิ่งเปราะบาง สหรัฐต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมหาศาลในการรักษากำลังพลและเรือรบในพื้นที่
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบ หากอิหร่านขอความช่วยเหลือจากรัสเซียหรือจีน แต่สหรัฐดูมั่นใจในความเหนือกว่าทางเทคโนโลยีและพันธมิตรอิสราเอล
คุณคิดว่าสหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม จะช่วยยุติสงครามได้หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดความเคลื่อนไหวสำคัญ!
ที่มา – สหรัฐส่งเรือรบ–นาวิกโยธินไปตะวันออกกลางเพิ่ม หลังทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนักขึ้น

