สถานทูตสหรัฐฯ ในญี่ปุ่นออกประกาศเตือนพลเมืองอเมริกันให้ระมัดระวังอันตรายจากหมีโจมตี เนื่องจากสถิติการทำร้ายและเสียชีวิตจากหมีในญี่ปุ่นพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
ทางสถานทูตได้เผยแพร่ “คำเตือนภัยสัตว์ป่า” ผ่านทางเว็บไซต์ โดยเน้นย้ำให้ชาวอเมริกันหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีรายงานการพบเห็นหมี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเดินทางเพียงลำพัง และควรตระหนักถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบอยู่เสมอ หากพบเห็นหมี ควรรีบแจ้งให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นทราบทันที
สถานการณ์หมีโจมตีในญี่ปุ่นน่ากังวลอย่างยิ่ง ข้อมูลจากสำนักข่าว AFP ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้ายแล้วถึง 13 ราย นับตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าสถิติผู้เสียชีวิตตลอดปีงบประมาณ 2566-2567 ที่มีเพียง 5 ราย มากกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว ตัวเลขนี้ถือเป็นจำนวนผู้เสียชีวิตจากการถูกหมีทำร้ายภายในปีเดียวที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกมาตั้งแต่ปี 2549
นอกจากผู้เสียชีวิตแล้ว ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากหมีโจมตีอีกกว่า 100 ราย ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงสิ้นเดือนตุลาคม ข้อมูลจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมของญี่ปุ่นระบุว่า การโจมตีส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นในภาคเหนือของประเทศ
พื้นที่เสี่ยง หมีโจมตี! ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
ในการแจ้งเตือนของสถานทูตสหรัฐฯ ได้ระบุชื่อจังหวัดฮอกไกโดและจังหวัดอาคิตะ รวมถึงเมืองซัปโปโรเป็นพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ทางการญี่ปุ่นยังได้สั่งปิดสวนสาธารณะที่ตั้งอยู่ใกล้กับสถานกงสุลใหญ่สหรัฐฯ หลังจากมีการพบเห็นหมีในบริเวณดังกล่าว เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลญี่ปุ่นได้ตัดสินใจส่งกองกำลังทหารเข้าไปในจังหวัดอาคิตะ เพื่อช่วยควบคุมสถานการณ์สัตว์ป่าในพื้นที่ มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจบางนายได้รับอนุญาตให้ใช้อาวุธปืนจัดการกับหมีที่คุกคามความปลอดภัยของประชาชนได้
สถานการณ์หมีโจมตีที่รุนแรงขึ้นในญี่ปุ่นเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เปลี่ยว เดินทางเป็นกลุ่ม และพกอุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น กระดิ่งหรือสเปรย์พริกไทยติดตัวไว้เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน อาจช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกหมีทำร้ายได้
ที่มา – สหรัฐฯ เตือนชาวอเมริกันในญี่ปุ่น ระวังหมีโจมตี หลังสถิติพุ่ง


