ในสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความไม่แน่นอนจาก“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและสินค้าจำเป็นในประเทศไทย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายสันติ ปิยะทัต ได้ออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองผู้บริโภคให้ได้รับความเป็นธรรม โดยมุ่งเน้นป้องกันการกักตุนและเก็งกำไรที่อาจทำให้ราคาพุ่งสูง
“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน
วันที่ 11 มีนาคม 2569 นายสันติ ได้แถลงข่าวอย่างเป็นทางการ โดยสั่งการให้สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ดำเนินการทันที มาตรการเหล่านี้ครอบคลุมหลายมิติ เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาน้ำมันและห่วงโซ่อุปทานที่อาจได้รับผลจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำมันหลักของโลก
6 มาตรการหลักที่ สคบ. จะเข้มงวด
มาตรการทั้ง 6 ข้อ ได้รับการออกแบบมาเพื่อปกป้องประชาชนโดยตรง โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- เพิ่มสายด่วน 1166 อีก 10 คู่สาย: รับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้ผู้บริโภคแจ้งปัญหาได้รวดเร็ว
- คุมเข้มค่าสาธารณูปโภค: ห้ามหอพักและที่พักเช่าเรียกเก็บค่าไฟ ค่าน้ำเกินจริง โดยจะมีการตรวจสอบอย่างละเอียด
- ตรวจสอบฉลากทองคำ: กำกับดูแลการขายทองรูปพรรณให้โปร่งใส ในช่วงที่ราคาทองผันผวนจากสถานการณ์โลก
- รณรงค์สิทธิผู้บริโภค: ส่งเสริมการตรวจสอบคุณภาพ มาตรฐาน และราคาสินค้าทั้งในร้านค้าออฟไลน์และออนไลน์
- เพิ่มทางเลือกการชำระเงิน: ขอความร่วมมือร้านค้าเปิดรับชำระเงินหลายช่องทาง เช่น เงินสดหรือแอปพลิเคชัน
- ช้อปออนไลน์ปลอดภัย: สนับสนุนการซื้อสินค้าผ่านแพลตฟอร์มที่จดทะเบียนกับ สคบ. เช่น “ตลาดแบบตรง” เพื่อลดความเสี่ยง
มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยสกัดการเอารัดเอาเปรียบ แต่ยังเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในช่วงวิกฤต
สั่งลุยตรวจปั๊มน้ำมัน สกัดกักตุน
นายสันติ ยังให้ความสำคัญกับปัญหาการกักตุนน้ำมัน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดพังงา ที่มีรายงานปั๊มน้ำมันบางแห่งอ้างน้ำมันหมดบ่อยครั้ง ได้สั่งการให้กรมการค้าภายในร่วมกับ สคบ. ลงพื้นที่ตรวจสอบความถี่สูงขึ้น หากพบพิรุธ เช่น การกักตุนเพื่อเก็งกำไร จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที มาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งของ“สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ที่มุ่งรักษาเสถียรภาพราคา
ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อประเทศไทย
สงครามในตะวันออกกลางส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันดิบโลก ซึ่งไทยนำเข้ามากกว่า 80% ทำให้ราคาน้ำมันในประเทศอาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผล连锁ต่อสินค้าอื่นๆ เช่น อาหาร ขนส่ง และสาธารณูปโภค นอกจากนี้ ยังกระทบต่อการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม มาตรการจาก สคบ. จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการบรรเทาผลกระทบ
ผู้บริโภคควรติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบราคาสินค้าผ่านช่องทาง官方 เช่น เว็บไซต์ สคบ. หรือแอปพลิเคชันที่เชื่อถือได้ เพื่อหลีกเลี่ยงมิจฉาชีพ
ความคืบหน้าช่วยเหลือคนไทยในตะวันออกกลาง
นอกจากมาตรการภายใน นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ยังอัปเดตสถานการณ์คนไทย โดยมีคนไทย 68 คนจากเมืองวาน ประเทศตุรกี เดินทางกลับไทยกลุ่มแรกเช้าวันที่ 12 มีนาคม และกลุ่มสองวันที่ 13 มีนาคม คนไทยในอิรัก 14 คน กำลังประสานผ่านจอร์แดน ส่วนกาตาร์ช่วย 24 คนกลับคืนวันที่ 11 มีนาคม ยูเออีมีเที่ยวบินพิเศษจากเอทิฮัดไปกรุงเทพฯ และภูเก็ตจนถึง 12 มีนาคม
กระทรวงฯ เตือนมิจฉาชีพแอบอ้างสถานทูตหลอกโอนเงิน โดยยืนยันไม่เก็บค่าธรรมเนียมอพยพ และมียอดช่วยเหลือสะสมกว่า 381 รายแล้ว
โดยรวมแล้ว “สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน ถือเป็นนโยบายที่ตอบโจทย์สถานการณ์ได้ดี ผู้บริโภคควรใช้สิทธิ์แจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1166 เพื่อช่วยกันสอดส่อง หากคุณพบปัญหา อย่าลังเลที่จะแจ้งทันที จะช่วยให้สังคมไทยแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ที่มา – “สันติ” สั่ง สคบ. เข้ม 6 มาตรการรับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดกักตุนน้ำมัน


