การเมืองไทยในช่วงนี้ร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อ “สิริพงษ์” อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม ออกมาโต้กลับ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน หลังถูกอภิปรายพาดพิงเรื่องความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับเครือญาติ เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ประชาชนจับตามอง เพราะเกี่ยวข้องกับจริยธรรมนักการเมืองและผลประโยชน์ทับซ้อน
“สิริพงษ์” โต้ “ไอซ์” ไม่เกี่ยวพันเชิงธุรกิจกับเครือญาติ เหมือนกรณี “สุริยะ-ธนาธร”
วันที่ 10 เมษายน 2567 นายสิริพงษ์ได้ลุกขึ้นชี้แจงในที่ประชุมอย่างชัดเจน โดยยืนยันว่า บริษัทที่ “ไอซ์” กล่าวอ้างนั้นเป็นของลูกพี่ลูกน้อง ไม่ใช่แม่เดียวกันกับบิดาของตน แม้จะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือดในฐานะญาติห่างๆ แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันในเชิงธุรกิจใดๆ เลย นอกจากนี้ นายสิริพงษ์ยังขอบคุณที่ “ไอซ์” กรุณาโยงประเด็นให้ และชี้ว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โซเชียลมีเดียก็เต็มไปด้วยข่าวลือเช่นนี้ แต่ตนยืนยันว่าไม่เป็นความจริง
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น นายสิริพงษ์ยกตัวอย่างกรณีของ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ซึ่งเป็นพี่น้องกันแต่ไม่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจเชื่อมโยงกัน คล้ายกับสถานการณ์ของตนเอง สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าความเป็นญาติไม่ได้แปลว่าต้องมีธุรกิจร่วมกันเสมอไป
บริบทการอภิปรายของ “ไอซ์” รักชนก
“ไอซ์” รักชนก ซึ่งเป็น ส.ส. จากพรรคประชาชน ได้อภิปรายในสภาผู้แทนราษฎร โดยพาดพิงถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายสิริพงษ์ โดยอ้างว่ามีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับเครือญาติ ทำให้เกิดคำถามถึงความโปร่งใสในการทำงานของรัฐมนตรีช่วยคมนาคมคนนี้ ประเด็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ฝ่ายค้านใช้โจมตีรัฐบาล โดยเฉพาะในกระทรวงคมนาคมที่กำลังมีโครงการใหญ่ๆ มากมาย เช่น รถไฟฟ้า สนามบิน และทางด่วน
ประวัติและบทบาทของนายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ
นายสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่สังกัดพรรครัฐบาล ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงคมนาคม รับผิดชอบนโยบายสำคัญหลายด้าน ก่อนหน้านี้ในปี 2566 เขายังไม่ได้เป็น ส.ส. และในปี 2568 ก็ไม่มีอำนาจบริหารใดๆ ที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับธุรกิจส่วนตัวของญาติ การชี้แจงครั้งนี้จึงช่วยคลายข้อกังขาได้ไม่น้อย
- ไม่มีอำนาจบริหาร: ในช่วงเวลาที่ถูกกล่าวหา นายสิริพงษ์ไม่มีบทบาทในการตัดสินใจโครงการรัฐ
- ญาติห่างๆ: ลูกพี่ลูกน้อง ไม่ใช่เชื้อสายตรง ไม่มีหุ้นหรือส่วนได้เสีย
- ตัวอย่างเปรียบเทียบ: คล้ายสุริยะ-ธนาธร ที่ญาติแต่แยกทางธุรกิจชัดเจน
- โซเชียลมีเดีย: ข่าวลือแพร่กระจาย แต่ข้อเท็จจริงยืนยันไม่เกี่ยว
ผลกระทบต่อการเมืองไทย
กรณี “สิริพงษ์” โต้ “ไอซ์” ไม่เกี่ยวพันเชิงธุรกิจกับเครือญาติ เหมือนกรณี “สุริยะ-ธนาธร” นี้ สะท้อนถึงวัฒนธรรมการตรวจสอบกันในสภา ซึ่งเป็นกลไกประชาธิปไตยที่ดี แต่บางครั้งก็ถูกใช้เป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง โดยเฉพาะในยุคที่โซเชียลมีเดียทำให้ข่าวลือแพร่เร็ว ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อข่าวปลอม
นอกจากนี้ ยังเป็นบทเรียนให้รัฐมนตรีทุกคนต้องโปร่งใส แสดงเอกสารรับรองผลประโยชน์ทับซ้อนให้ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน ในขณะที่ฝ่ายค้านก็ควรมีหลักฐานหนักแน่นก่อนอภิปราย มิเช่นนั้นจะกลายเป็นการเมืองดราม่าเปล่าๆ
จากมุมมองของผู้เขียน เหตุการณ์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการตอบโต้ด้วยข้อเท็จจริง แทนการโต้เถียงด้วยอารมณ์ มันช่วยเสริมภาพลักษณ์ของนายสิริพงษ์ในฐานะนักการเมืองที่มั่นใจและมีข้อมูลรองรับ หากทุกคนทำเช่นนี้ การเมืองไทยจะก้าวหน้าขึ้นมาก
คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? คอมเมนต์แสดงความเห็นด้านล่าง หรือแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วยนะครับ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!
ที่มา – “สิริพงษ์” โต้ “ไอซ์” ไม่เกี่ยวพันเชิงธุรกิจกับเครือญาติ เหมือนกรณี “สุริยะ-ธนาธร”


