ข่าวใหญ่ในวงการตำรวจสืบสวนที่กำลังเป็นกระแส สืบตม.3 รวบพ่อค้ายาชาวออสซี่ หนีคดีซุกไทย ได้สำเร็จอย่างเด็ดขาด! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองในการต่อสู้กับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะยาเสพติดที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม
สืบตม.3 รวบพ่อค้ายาชาวออสซี่ หนีคดีซุกไทย
พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 3 (ผบก.ตม.3) ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผู้กองการสืบสวน บก.ตม.3 และ พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ ศรีธนาอภินันท์ รอง ผกก.สส. นำทีมเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาชาวออสเตรเลียรายนี้
ผู้ต้องหาคือ MR. ISAAC EMMANUEL ROBERTS อายุ 44 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญตามหมายจับของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย เขาถูกกล่าวหาใน 11 ฐานความผิดที่เกี่ยวข้องกับการครอบครองและผลิตยาเสพติด นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนของการหลบหนีคดีมาซุกตัวในไทย
ประวัติและคดีความของพ่อค้ายาชาวออสซี่
สืบเนื่องจากสำนักงานตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (AFP) ประจำประเทศไทย ได้ประสานงานกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติไทย เพื่อขอความช่วยเหลือในการติดตามจับกุม MR. ISAAC EMMANUEL ROBERTS เขามีประวัติยาวนานตั้งแต่ปี 2560 ที่พยายามลักลอบขนยาเสพติดเข้าประเทศอินโดนีเซีย และคดีครอบครองยาเสพติดในปี 2562 ล่าสุด เขาเดินทางเข้ามาในไทยด้วยวีซ่าท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569
- คดีพยายามขนยาเสพติดเข้าอินโดนีเซีย ปี 2560
- คดีครอบครองยาเสพติดในออสเตรเลีย ปี 2562
- หมายจับจากรัฐควีนส์แลนด์ รวม 11 ฐานความผิด
- หลบหนีมาพักในคอนโดย่านดินแดง กรุงเทพฯ
กระบวนการสืบสวนและจับกุมที่แม่นยำ
เจ้าหน้าที่สืบสวนของ ตม.3 ใช้ข้อมูลจาก AFP ในการติดตามตัวอย่างละเอียด จนทราบที่พักของผู้ต้องหาในคอนโดมิเนียมย่านดินแดง จากนั้นจึงบุกเข้าจับกุมทันที โดยเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรชั่วคราว เนื่องจากเข้าข่ายคนต่างด้าวต้องห้ามตามกฎหมายคนเข้าเมือง สุดท้ายจึงควบคุมตัวส่งมอบให้ทางการออสเตรเลียเพื่อดำเนินคดีต่อไป
การจับกุมครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยออสเตรเลียเท่านั้น แต่ยังป้องกันไม่ให้ประเทศไทยกลายเป็นแหล่งหลบภัยของอาชญากรต่างชาติ ในยุคที่ยาเสพติดล้ำสมัยและข้ามพรมแดนได้ง่าย เจ้าหน้าที่ไทยต้องทำงานหนักเพื่อรักษาความมั่นคง โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ที่เป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและผู้ลักลอบ
จากสถิติของ สตม. ในปีที่ผ่านมา พบว่ามีชาวต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดถูกจับกุมและส่งกลับประเทศต้นทางกว่า 200 ราย การทำงานร่วมกันระหว่าง AFP และ ตม.ไทย ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของความร่วมมือระหว่างประเทศในการปราบปรามยาเสพติด
นอกจากนี้ ยังมีบทเรียนสำคัญคือ การตรวจสอบวีซ่าท่องเที่ยวอย่างเข้มงวด เพราะผู้ต้องหาหลายรายมักใช้ช่องทางนี้ในการเข้ามาหลบหนี ตม.3 จึงเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงอย่างคอนโดและโรงแรมในกรุงเทพฯ
ในมุมมองของผู้เขียน การสืบตม.3 รวบพ่อค้ายาชาวออสซี่ หนีคดีซุกไทย ครั้งนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพของระบบสืบสวนไทยที่ทันสมัยและการประสานงานระดับสากลที่ไร้รอยต่อ หากไม่มีทีมงานเหล่านี้ อาชญากรอาจยังลอยนวลได้อีกนาน สังคมไทยควรให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เหล่านี้ต่อไป
คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? หากพบเห็นพฤติกรรมน่าสงสัยของชาวต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่ สายด่วน สตม. 1178 หรือแอปพลิเคชัน Police i-Smart เพื่อช่วยปราบปรามอาชญากรรมร่วมกัน!
ที่มา – สืบตม.3 รวบพ่อค้ายาชาวออสซี่ หนีคดีซุกไทย ก่อนควบคุมตัวส่งทางการออสเตรเลีย

