เชื่อว่าประเด็นเรื่องสวัสดิการสาธารณสุขของไทยเป็นสิ่งที่ทุกคนให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะล่าสุดที่ “สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค เพราะมองว่านี่คือหลักประกันสำคัญที่รักษาศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เอาไว้ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ใช่แค่การสงเคราะห์คนจนเหมือนระบบเก่าๆ ที่ผ่านมา
ทำไม “สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค จึงสำคัญ?
การปรับเปลี่ยนทัศนคติต่อระบบสุขภาพ จากเดิมที่เคยมองว่าคนไม่มีเงินคือ ‘คนไข้อนาถา’ มาสู่หลักการที่ว่าทุกคนมีสิทธิได้รับการรักษาอย่างเท่าเทียม คือหัวใจสำคัญของโครงการนี้ งานวิจัยจากสถาบันระดับโลกอย่าง World Bank และ WHO ต่างยืนยันชัดเจนว่านโยบายนี้ช่วยลดการล้มละลายของครัวเรือนจากภาระค่ารักษาพยาบาลได้อย่างเป็นรูปธรรม
มุมมองต่อ “สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค ในมิติที่ต้องคำนึงถึง
หากเรานำระบบ ‘ร่วมจ่าย’ กลับมาใช้ สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่แค่เงินเพียงเล็กน้อย แต่เป็นการสร้าง “กำแพง” สำหรับผู้มีรายได้น้อย ผู้ป่วยเรื้อรัง และผู้สูงอายุ กลุ่มคนเหล่านี้มักมีภาระแฝงอยู่แล้ว ทั้งค่าเดินทาง ค่าขาดรายได้จากการต้องหยุดงาน ดังนั้น หากสถานพยาบาลกลายเป็นที่ที่ต้องใช้เงินก้อนแรกเพื่อเข้าถึงบริการ ระบบสาธารณสุขที่เคยภาคภูมิใจจะถอยหลังกลับไปสู่การเป็นหน่วยงานสงเคราะห์ทันที
- การเข้าถึงบริการ: ระบบต้องไม่สร้างอุปสรรคให้คนยากจน
- ความเท่าเทียม: สุขภาพที่ดีต้องไม่ใช่สิทธิพิเศษของคนมีเงิน
- ประสิทธิภาพ: ควรเน้นการบริหารจัดการภายใน แทนการผลักภาระให้ผู้ป่วย
แทนที่จะถามหาการร่วมจ่าย นายสุชาติเสนอว่าควรเน้น “การยกระดับระบบ” แทน ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีมาช่วยลดขั้นตอนการรักษาที่ซ้ำซ้อน การควบคุมราคายาให้เป็นธรรม และการกระจายงบประมาณตามโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้น นี่คือทิศทางที่ยั่งยืนกว่าการลดมาตรฐานหรือเพิ่มภาระให้ประชาชนในวันที่เขาอ่อนแอที่สุด
ท้ายที่สุดแล้ว สิทธิในการรักษาพยาบาลเปรียบเสมือนลมหายใจของประชาชน การดึงเอาระบบร่วมจ่ายมาใช้ในเวลาที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวนอาจไม่ใช่ทางออกที่คุ้มค่า การรักษาสิทธิขั้นพื้นฐานนี้ไว้ให้มั่นคง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของประเทศไทย เพื่อความผาสุกของคนทุกระดับในระยะยาว
ที่มา – “สุชาติ” ยืนยันไม่เห็นด้วยกับการให้ผู้ป่วยร่วมจ่าย 30 บาทรักษาทุกโรค


