ความคืบหน้าการสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล หลังการพังถล่ม พบพระพุทธรูปปางเปิดโลก 2 องค์ กรมศิลปากรเร่งดำเนินการเคลียร์พื้นที่อย่างระมัดระวัง
จากเหตุการณ์พระธาตุโนนตาล อายุ 123 ปี ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุ หมู่ 9 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้พังทลายลงมาทั้งองค์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สร้างความเสียใจแก่พุทธศาสนิกชน เนื่องจากพระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุโบราณคู่บ้านคู่เมือง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร
นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้กั้นพื้นที่รอบองค์พระธาตุเป็นเขตหวงห้าม เพื่อรอการตรวจสอบและสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล รวมถึงสิ่งของมีค่าที่ประชาชนนำมาถวายเป็นพุทธบูชา พร้อมทั้งประสานงานกับสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของการพังทลาย
เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ ได้หารือร่วมกับผู้นำชุมชนและกรรมการวัดพระธาตุ เพื่อวางแผนการค้นหาของมีค่าที่อยู่ในซากอิฐพระธาตุ โดยเน้นย้ำให้ผู้ที่พบเห็นวัตถุโบราณห้ามแตะต้อง และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สวมถุงมือเข้าไปดำเนินการแทน
ก่อนหน้านี้ ในช่วงเย็นของวันที่ 12 ตุลาคม ได้มีการค้นพบพระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสำริด พร้อมสร้อยคอทองคำ และเหรียญเงินโบราณจำนวนหนึ่ง ซึ่งถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน
ในช่วงเช้าของวันที่ 13 ตุลาคม การค้นหาได้ดำเนินต่อไป และพบพระพุทธรูปโบราณปางเปิดโลกจำนวน 2 องค์ พร้อมด้วยพระพิมพ์ปางสมาธิ และพระแกะสลักในเนื้อหินใส ซึ่งจะมีการตรวจสอบความเก่าแก่ก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน เช่นกัน
นายธนภัทร จิตสุทธิผล เปิดเผยว่า งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมานั้น เดิมทีเป็นงบประมาณสำหรับการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่เนื่องจากพระธาตุได้พังทลายลงมา จึงได้รายงานให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบแล้ว สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างใหม่นั้น คาดว่าจะต้องรอในปีงบประมาณ 2570
การดำเนินการสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง โดยจะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อวางแผนการเคลื่อนย้ายเศษอิฐองค์พระธาตุไปยังที่ที่เหมาะสม
สาเหตุหลักของการพังทลายของพระธาตุ เกิดจากการก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นเปลือกรอบ และมีโพรงดินอยู่ตรงกลาง เมื่อมีน้ำซึมเข้าไปสะสม ทำให้เกิดแรงดันและเกิดการระเบิดจากภายในได้
นอกจากนี้ ที่ตั้งขององค์พระธาตุที่อยู่ติดถนน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนสะสม จนเกิดรอยร้าวและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
นายสันติชัย ศิริญาติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.โนนตาล เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้เกิดรอยร้าวขนาดเล็ก แต่ในช่วงปี 2567-2568 รอยร้าวดังกล่าวได้ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้มีน้ำซึมเข้าไปภายในองค์พระธาตุ
นายมานิตย์ ภะวะ ชาวบ้านหมู่ 9 ต.โนนตาล กล่าวถึงความรู้สึกเสียใจต่อการพังทลายขององค์พระธาตุ และต้องการให้กรมศิลปากรเร่งดำเนินการก่อสร้างองค์ใหม่ขึ้นมาโดยเร็ว
สแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล
ความสำคัญของการสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล
การสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล ไม่เพียงแต่เป็นการค้นหาสิ่งของมีค่าทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติอีกด้วย วัตถุโบราณที่ค้นพบอาจนำไปสู่การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชุมชนโนนตาล รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรมในอดีต
นอกจากนี้ การค้นพบวัตถุโบราณยังสามารถสร้างความภาคภูมิใจและความผูกพันให้กับคนในชุมชน และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมต่อไป
การพังทลายของพระธาตุโนนตาลเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้เราได้หันกลับมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมของเราให้ดีที่สุด เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังต่อไป
ที่มา – เดินหน้าสแกนหาวัตถุโบราณ ใต้ซาก “พระธาตุโนนตาล” หลังพังถล่มลงมาทั้งองค์






