สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังเป็นที่กังวลของคนไทยทุกคน เพราะอาจส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภค ล่าสุด กรมการค้าภายใน ได้ออกมาตรการเข้มข้น ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มรับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันน้ำมัน 4 ค่ายไม่ขยับ เพื่อปกป้องค่าครองชีพของประชาชน ไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาแบบไม่เป็นธรรม
ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มรับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันน้ำมัน 4 ค่ายไม่ขยับ
วันที่ 3 มีนาคม 2569 นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า หลังจากนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ สั่งการให้ติดตามสถานการณ์ตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด กรมฯ จึงเร่งมาตรการดูแลราคาสินค้าและบริการทั่วประเทศ ป้องกันผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกที่อาจผันผวน เนื่องจากไทยนำเข้าน้ำมันดิบกว่า 80% ของการบริโภค หากราคาน้ำมันพุ่ง สินค้าอื่นๆ อย่างอาหาร ขนส่ง และพลังงานจะตามมา
อธิบดีฯ ย้ำชัดว่าประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนก เพราะได้ประสานกับกระทรวงพลังงานและผู้ค้าน้ำมันหลัก 4 ราย ได้แก่ พีทีที พีที บางจาก และซัสโก้ ซึ่งทุกค่ายยืนยันไม่ปรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ประกอบกับมาตรการตรึงราคาน้ำมันของรัฐบาล ทำให้ต้นทุนยังคงเดิม ผู้ผลิตและผู้ค้าไม่มีเหตุผลขึ้นราคา และห้ามเด็ดขาดหากฉวยโอกาสจากสถานการณ์โลก
สถานการณ์ตะวันออกกลางกระทบไทยอย่างไร
ความไม่สงบในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล-ฮามาส และความตึงเครียดในทะเลแดง ส่งผลให้เส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญเสี่ยงขัดขวาง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์พุ่งขึ้นกว่า 5% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หากยืดเยื้อ อาจกระทบราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทย แต่ตอนนี้รัฐบาลควบคุมได้ดี ช่วยให้ราคาน้ำมันดีเซล เบนซิน และแก๊สโซฮอล์คงที่
- น้ำมันดีเซล: ตรึงราคาไม่เกิน 32 บาท/ลิตร
- เบนซิน 95: คงที่ 38.59 บาท/ลิตร
- แก๊สโซฮอล์ 91: ไม่ปรับเพิ่ม
- E20: ส่งเสริมราคาถูกสุด
นอกจากนี้ กรมการค้าภายในยังประสานผู้ผลิตสินค้าจำเป็น เช่น ข้าวสาร เนื้อสัตว์ ไข่ไก่ และน้ำมันพืช ซึ่งยังไม่ได้รับผลกระทบต้นทุน และสั่งเจ้าหน้าที่กลาง-จังหวัด ลงพื้นที่ตรวจร้านค้า ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า เน้นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับพลังงานและขนส่ง เช่น อาหารแปรรูป ผักผลไม้ และสินค้าอุตสาหกรรม
กฎหมายและโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน
ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด โดยห้าม:
- ขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
- กักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร
- ไม่ปิดป้ายราคาชัดเจน
- เรียกเก็บเกินราคาที่กำหนด
หากฝ่าฝืน มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เจ้าหน้าที่พร้อมลงโทษทันที กรมฯ กำชับให้ทุกจังหวัดรายงานสถานการณ์รายวัน เพื่อความโปร่งใส
มาตรการนี้ไม่เพียงคุมราคา แต่ยังสร้างความมั่นใจให้ประชาชน สะท้อนว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจฐานราก ในยุคที่เงินเฟ้อโลกสูง การรักษาเสถียรภาพราคาสินค้าจำเป็นคือกุญแจสำคัญต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
คำแนะนำสำหรับประชาชน: ซื้อสินค้าตามปกติ ตรวจสอบป้ายราคาเสมอ หากสงสัยแจ้งได้ทันที เพื่อช่วยกันปราบปรามพฤติกรรมไม่เป็นธรรม
สรุปแล้ว มาตรการ ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มรับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันน้ำมัน 4 ค่ายไม่ขยับ เป็นข่าวดีที่ช่วยบรรเทาค่าครองชีพ ถือเป็นการตอบสนองรวดเร็วต่อวิกฤตโลก หวังว่ารัฐจะรักษาสถานการณ์ได้ยาวนาน หากคุณพบการขึ้นราคาโดยไม่มีเหตุผล โทรแจ้งสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดใกล้บ้านทันที เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและดำเนินคดีโดยเร็ว ช่วยกันรักษาความเป็นธรรมในตลาด!
ที่มา – ห้ามขึ้นราคาสินค้า กรมการค้าภายใน คุมเข้มรับเหตุสู้รบตะวันออกกลาง ยันน้ำมัน 4 ค่ายไม่ขยับ


