อดีตลูกสะใภ้ ยิงแม่ผัวดับ น้องผัวเจ็บ ก่อนซิ่งกระบะหนี

อดีตลูกสะใภ้ ยิงแม่ผัวดับ น้องผัวเจ็บ ก่อนซิ่งกระบะหนี

เหตุการณ์สะเทือนขวัญในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเกิดขึ้น หลังอดีตลูกสะใภ้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุยิงอดีตแม่สามีเสียชีวิต และยิงน้องชายของอดีตสามีได้รับบาดเจ็บ ก่อนขับรถกระบะหลบหนีไปจากจุดเกิดเหตุ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสกัดจับกุมตัวผู้ต้องสงสัยได้ในเวลาต่อมา พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนที่คาดว่าใช้ก่อเหตุไว้เป็นหลักฐาน

อดีตลูกสะใภ้ ยิงแม่ผัวดับ น้องผัวเจ็บ ก่อนซิ่งกระบะหนี

เหตุยิงกันครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายของวันที่ 19 กันยายน 2569 ภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี หลังตำรวจ สภ.บ้านนาสารได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกยิงเสียชีวิตและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงประสานชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าตรวจสอบพื้นที่ทันที

เมื่อไปถึงบริเวณบ้าน เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสูงอายุ ทราบชื่อภายหลังคือ นางจารีย์ สุขกิจ อายุ 72 ปี มีบาดแผลถูกยิงบริเวณลำตัว 1 แผล เจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐาน ตรวจสอบวิถีกระสุน และสอบถามพยานที่อยู่ใกล้เคียง โดยยังต้องรอผลตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดเพื่อประกอบสำนวนคดี

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย อายุ 35 ปี ทราบชื่อคือ นายวชิรวิทย์ สุขกิจ ซึ่งเป็นลูกชายของนางจารีย์ เจ้าหน้าที่พบตัวบริเวณลานปาล์ม ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร โดยมีบาดแผลถูกยิงบริเวณท้องและขาทั้งสองข้าง แม้ยังรู้สึกตัว แต่จำเป็นต้องนำส่งโรงพยาบาลสุราษฎร์ธานีเพื่อให้แพทย์รักษาและติดตามอาการอย่างใกล้ชิด

รายละเอียดการจับกุมอดีตลูกสะใภ้

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลว่าผู้ก่อเหตุคือ น.ส.ธัญญธร ส่งเสริม อายุ 43 ปี ซึ่งเป็นอดีตลูกสะใภ้ของผู้เสียชีวิต โดยก่อนหน้านี้เคยคบหาและใช้ชีวิตร่วมกับลูกชายคนโตของนางจารีย์ ก่อนจะเลิกรากันประมาณ 2 เดือน ตำรวจจึงเร่งประสานด่านตรวจและสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อสกัดรถกระบะที่คาดว่าใช้หลบหนี

ตำรวจพบรถกระบะโตโยต้าสีดำตามข้อมูลที่ได้รับ บริเวณจุดตรวจทางเข้าหมู่ 1 ตำบลถ้ำสิงขร อำเภอคีรีรัฐ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบและควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยไว้ได้ ภายในรถพบอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เจ้าหน้าที่จึงยึดไว้ตรวจสอบ รวมถึงตรวจดูสิ่งของที่บรรทุกอยู่ท้ายรถ ซึ่งมีตู้เย็นรวมอยู่ด้วย

เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าอาวุธปืนดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุยิงหรือไม่ รวมทั้งส่งหลักฐานไปตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อเปรียบเทียบกับปลอกกระสุนและหัวกระสุนในที่เกิดเหตุ การตรวจสอบนี้จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ทราบข้อเท็จจริงอย่างชัดเจน และใช้ประกอบการดำเนินคดีตามขั้นตอนกฎหมาย

ปมเอกสารเช่าสวนทุเรียนก่อนเกิดเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้น ก่อนเกิดเหตุ น.ส.ธัญญธรเดินทางไปพบญาติของผู้เสียชีวิต เพื่อเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาเช่าแปลงทุเรียน โดยมีการโทรศัพท์ประสานให้นางจารีย์นำเอกสารมาให้ ทั้งสองฝ่ายได้ลงนามในเอกสารตามที่นัดหมาย และในช่วงแรกยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ว่าจะเกิดเหตุรุนแรงขึ้น

หลังจากจัดการเรื่องเอกสารแล้ว นางจารีย์ได้ขับรถกระบะไปที่สวน เพื่อให้คนงานช่วยเตรียมยกตู้เย็นให้กับอดีตลูกสะใภ้ จากนั้นจึงเดินทางกลับบ้าน ขณะเดียวกัน นายวชิรวิทย์ได้นัดหมายกับ น.ส.ธัญญธรที่ลานปาล์ม เพื่อช่วยถอดคอกกระบะ โดยคาดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการส่งมอบสิ่งของและจัดการทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกสัญญา

เมื่อถอดคอกกระบะเสร็จ เหตุการณ์กลับเปลี่ยนเป็นความรุนแรง โดยมีรายงานว่า น.ส.ธัญญธรชักอาวุธปืนออกมายิงใส่นายวชิรวิทย์ ทำให้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าของลานปาล์มซึ่งอยู่ในบริเวณดังกล่าวได้ยิงเพื่อป้องกันเหตุ ก่อนผู้ก่อเหตุจะขับรถกระบะที่บรรทุกตู้เย็นหลบหนีไป

  • เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตบริเวณบ้านในตำบลทุ่งเตาใหม่
  • ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลเพื่อรักษาอาการ
  • ตำรวจสกัดจับผู้ต้องสงสัยได้ที่จุดตรวจในอำเภอคีรีรัฐ
  • ตรวจยึดอาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก
  • พนักงานสอบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาตามข้อเท็จจริง

ตำรวจเร่งหาสาเหตุและพยานหลักฐาน

นางจุรีย์ ญาติของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุมีการนัดหมายเพื่อเซ็นเอกสารยกเลิกสัญญาเช่าสวนทุเรียน และในตอนแรกไม่พบความผิดปกติใด ๆ เธอรู้สึกเสียใจอย่างมาก เพราะเป็นผู้ประสานให้นางจารีย์นำเอกสารไปให้ จึงไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุยิงกันตามมา

ญาติยังระบุว่า รับทราบเพียงว่าน.ส.ธัญญธรเลิกรากับลูกชายคนโตของผู้เสียชีวิตได้ประมาณ 2 เดือน แต่ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเลิกรา รวมถึงไม่ทราบว่ามีความขัดแย้งเรื่องใดมาก่อน เจ้าหน้าที่จึงต้องสอบสวนทุกฝ่ายอย่างละเอียด ทั้งญาติ ผู้เห็นเหตุการณ์ เจ้าของลานปาล์ม และผู้ที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเช่าสวนทุเรียน

คดีนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เส้นทางการเดินทางของรถกระบะ อาวุธปืน และหลักฐานในจุดเกิดเหตุ รวมถึงรอผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันลำดับเหตุการณ์และความเชื่อมโยงของผู้เกี่ยวข้อง การดำเนินคดีจะเป็นไปตามพยานหลักฐานและกฎหมาย โดยผู้ต้องสงสัยยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าความขัดแย้งเรื่องความสัมพันธ์ เอกสารสัญญา หรือทรัพย์สิน หากไม่ได้รับการพูดคุยอย่างเหมาะสม อาจบานปลายจนเกิดความสูญเสียได้ หากมีปัญหาควรใช้กระบวนการไกล่เกลี่ย ขอคำปรึกษาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่อาจนำไปสู่ความรุนแรง

ประชาชนที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคดีควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยตรง และไม่ควรเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน เพราะอาจกระทบต่อรูปคดีหรือสร้างความเสียหายต่อผู้เกี่ยวข้อง การติดตามข่าวควรอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยงานทางการและสื่อที่มีแหล่งข่าวชัดเจน

ที่มา – อดีตลูกสะใภ้ ยิงแม่ผัวดับ น้องผัวเจ็บ ก่อนซิ่งกระบะหนี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: