ในเหตุการณ์ที่น่าประทับใจของปีใหม่ไทย “อนุทิน” ควง “จ๋า” ยกดาบพระเจ้าตาก ขอพรให้โลกสงบสุข ให้น้ำมันราคาถูก ได้กลายเป็นข่าวใหญ่ที่ประชาชนให้ความสนใจ นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ควงข้างภรรยาสาวสวย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า “จ๋า” เดินทางลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังมาถึง การกระทำนี้ไม่เพียงแสดงถึงความศรัทธาในประเพณีไทยโบราณ แต่ยังสะท้อนถึงความใกล้ชิดกับประชาชนอีกด้วย
“อนุทิน” ควง “จ๋า” ยกดาบพระเจ้าตาก ขอพรให้โลกสงบสุข ให้น้ำมันราคาถูก
วันที่ 13 เมษายน 2567 เวลา 14.00 น. นายกรัฐมนตรีอนุทินได้ขับเครื่องบินเล็กลงจอดที่สนามบินท่าใหม่ อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี ท่ามกลางการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากชาวจันทบุรี ก่อนจะเริ่มเส้นทางสักการะด้วยการเดินทางไปยังศาลหลักเมืองจันทบุรี ที่นั่นท่านได้ยกพระหลักเมืองขึ้นบนศรีษะ เพื่อความเป็นสิริมงคลตามประเพณีโบราณ จากนั้นจึงมุ่งหน้าไปยังศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระองค์ผู้เป็นวีรบุรุษกู้เอกราชไทย
ที่ศาลพระเจ้าตากสิน นายกฯ อนุทินและภรรยาได้กราบไหว้ขอพรอย่างตั้งใจ โดยมีพิธียกดาบตามประเพณี ซึ่งมีความหมายลึกซึ้งว่า “ชนะศึก ชนะภัยทั้งปวง” เป็นการขอพรให้ประเทศไทยรอดพ้นจากภัยพิบัติและความขัดแย้งทั้งมวล การยกดาบนี้เป็นสัญลักษณ์ที่ทรงพลัง โดยเฉพาะในช่วงที่โลกกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจ
สักการะหลวงพ่อทอง วัดทองทั่ว จันทบุรี
ต่อมา คณะของนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปยังวัดทองทั่ว ตำบลคลองนารายณ์ อำเภอเมืองจังหวัดจันทบุรี เพื่อนมัสการ “หลวงพ่อทอง” หรือพระพุทธสุวรรณมงคลศากยมุนีศรีสรรเพ็ชญ์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ พ.ศ. 2310 ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระพุทธรูปองค์นี้หล่อด้วยทองคำบริสุทธิ์ สูงประมาณ 1 ศอก 3 นิ้ว ชาวบ้านในพื้นที่ให้ความศรัทธาอย่างยิ่ง โดยเชื่อว่าท่านจะคุ้มครองให้พ้นภัยและนำพาความสุขมาให้
ระหว่างนั้น นายกฯ อนุทินได้สนทนาธรรมกับพระครูจารุเขมากร เจ้าอาวาสวัดทองทั่ว เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของวัดที่เชื่อมโยงกับสมเด็จพระเจ้าตากสิน โดยวัดแห่งนี้เคยเป็นที่พักพิงของพระองค์ในอดีต โอกาสนี้ เจ้าอาวาสยังได้มอบวัตถุมงคลอันล้ำค่าอย่าง “พระยอดธงหลวงพ่อทอง” ซึ่งเป็นของเก่าแก่ประเมินมูลค่าไม่ได้ และรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงบัลลังก์ที่งดงามยิ่ง เพื่อเป็นสิริมงคลในโอกาสปีใหม่ไทย
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นายกฯ อนุทินสักการะ
- ศาลหลักเมืองจันทบุรี: ยกพระขึ้นหัวเพื่อความมงคล
- ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน: ยกดาบเพื่อชนะศึกชนะภัย
- หลวงพ่อทอง วัดทองทั่ว: สักการะพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และรับวัตถุมงคล
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายกรัฐมนตรีขอพรอะไรนานขนาดนั้น ท่านตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ขอให้คนไทยทุกคนมีความสุข ขอให้โลกสงบสุข และขอให้น้ำมันถูกๆ” คำตอบนี้เรียบง่ายแต่ตรงใจประชาชน โดยเฉพาะในยุคที่ราคาน้ำมันผันผวนส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของทุกคน การขอพรเรื่องนี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจปัญหาของรัฐบาล
จังหวัดจันทบุรีไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างน้ำตกพลิ้วหรือไร่ทุเรียน แต่ยังเป็นดินแดนที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับสมเด็จพระเจ้าตากสินอย่างลึกซึ้ง ในอดีต พระองค์เคยเสด็จมาประชวรที่นี่ และทรงสร้างวัดทองทั่วเพื่อเป็นที่พำนัก การที่นายกฯ อนุทินเลือกที่นี่จึงมีความหมายเชิงสัญลักษณ์สูง ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของผู้นำที่ยึดมั่นในวัฒนธรรมไทย
นอกจากนี้ การเดินทางครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมต้อนรับเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่คนไทยทำบุญ สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความเป็นสิริมงคล การกระทำของ “อนุทิน” ควง “จ๋า” ยกดาบพระเจ้าตาก ขอพรให้โลกสงบสุข ให้น้ำมันราคาถูก จึงไม่ใช่แค่พิธีกรรม แต่เป็นการเชื่อมโยงจิตใจผู้นำกับประชาชน
ในมุมมองของผู้เขียน การขอพรให้น้ำมันราคาถูกนี้เป็น insight ที่น่าสนใจ แสดงว่ารัฐบาลตระหนักถึงปัญหาเศรษฐกิจที่กระทบชีวิตประจำวัน หากสามารถทำให้คำขอนี้เป็นจริงได้ คงเป็นของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทยทุกคน คุณล่ะคิดอย่างไร ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตการเมืองและเศรษฐกิจจากเรา!
ที่มา – “อนุทิน” ควง “จ๋า” ยกดาบพระเจ้าตาก ขอพรให้โลกสงบสุข ให้น้ำมันราคาถูก








