'อนุทิน' ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ตั้ง 'เอกนิติ' นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

“อนุทิน” ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ตั้งเอกนิติแลนด์บริดจ์

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อก! วันนี้เรามาพูดถึงข่าวสำคัญที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองและเศรษฐกิจไทยกันดีกว่า นั่นคือ “อนุทิน” ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศตั้ง “เอกนิติ” นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคลัง เป็นประธานคณะกรรมการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการแลนด์บริดจ์ นี่เป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกำลังปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

“อนุทิน” ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ

ในวันที่ 4 พ.ค. 2569 นายอนุทิน ได้ชี้แจงถึงกระแสความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างรัฐมนตรี 2 ท่าน คือ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรัฐมนตรีคมนาคม กับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีอุตสาหกรรม เกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ โดยย้ำว่าไม่มีปัญหาอะไร เป็นแค่การพูดคนละมุมมองเท่านั้น สิ่งที่รัฐบาลจะทำคือตั้งคณะกรรมการนำโดย “เอกนิติ” เพื่อศึกษาทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นภูมิรัฐศาสตร์ ความคุ้มทุนด้านการลงทุน โลจิสติกส์ และผลกระทบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ทำไม “อนุทิน” ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ? เพราะบริบทโลกตอนนี้ไม่เหมือนเดิมแล้ว สมัยก่อนผลศึกษาอาจจะมองแบบเก่า แต่ปัจจุบันมีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามา เช่น ความมั่นคงพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ที่ตึงเครียด การค้าที่เสี่ยงจากช่องแคบฮอร์มุซหรือช่องแคบมะละกา ถ้าปิดหรือเก็บค่าผ่านทางแพง ไทยจะเดือดร้อนแน่ ไทยต้องมียุทธศาสตร์ยืนด้วยตัวเอง ลดการพึ่งพิงเส้นทางทะเลที่ไม่แน่นอน

ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

โครงการแลนด์บริดจ์คืออะไร? 简单ๆ คือโครงการเชื่อมแผ่นดินทางบก โดยสร้างท่าเรือน้ำลึกที่ชุมพร (ฝั่งอ่าวไทย) และสงขลา (ฝั่งอันดามัน) พร้อมรางรถไฟคาร์โกเชื่อมต่อ เพื่อขนสินค้าข้ามคอขานกระบี่ ลดระยะทางและเวลาจากเดิมที่ต้องอ้อมช่องแคบมะละกา แม้ต้นทุนคาร์โก้สูง แต่ต้องดูภาพรวมทั้งความสะดวก ความเร็ว และความมั่นคง รัฐบาลตั้งเป้าสรุปผลศึกษาใหม่ภายใน 90 วัน

นโยบายนี้ไม่ใช่ของใหม่สำหรับพรรคภูมิใจไทยนะครับ พูดมาตั้งแต่ปี 2562 สมัยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นรัฐมนตรีคมนาคม ก็ผลักดันแล้ว ครั้งนี้เป็นการต่อยอด เพื่อให้ไทยแข็งแกร่งขึ้นในยุคที่เพื่อนบ้านแทบไม่มีแล้ว อย่างที่ “อนุทิน” บอกเอง

ส่วนผลโพลนิด้าในภาคใต้ที่บอกว่าประชาชนเห็นด้วยแต่ยังไม่เข้าใจรายละเอียด รัฐบาลต้องสื่อสารให้ชัด คุณประโยชน์ส่วนรวมสำคัญที่สุด แม้บางพื้นที่ 14 จังหวัดใต้จะมีคัดค้าน แต่ก็มีเห็นด้วย ทุกอย่างขึ้นกับข้อมูลจากการศึกษา

นายกฯ ยังย้ำถึงวิสัยทัศน์เก่า “ให้ไทยไม่มีน้ำมันแต่มีอาหาร” โดยแลนด์บริดจ์จะช่วยขนส่งอาหารไทยไปทั่วโลกได้เร็วขึ้น ไม่ต้องกลัวช่องแคบปิดหรือถูกขู่เก็บเงินแพง ไทยต้องเปลี่ยนรูปแบบ ลดการกินน้ำใต้คอ

และเรื่องที่หลายคนห่วง คือกลัวเอื้อนายทุน? “อนุทิน” ตอบชัด เอื้อใครไม่เคยเห็นสักคน 7-8 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลพิสูจน์แล้วว่าทำเพื่อชาติ ไม่เอื้อพวกพ้อง ตอนนี้เหลือแต่ ส.ส. เพื่อนข้างนอกหายเกลี้ยง!

ประโยชน์ของโครงการแลนด์บริดจ์ที่ไม่ควรมองข้าม

  • เพิ่มความมั่นคงโลจิสติกส์: ลดความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางทะเล
  • กระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้: สร้างงาน สร้างรายได้ให้ 14 จังหวัด
  • ยกระดับไทยเป็นฮับภูมิภาค: ดึงดูดการลงทุน ค้าขายกับจีน อินเดีย
  • ส่งออกอาหารเร็วขึ้น: ไทยเป็นคลังอาหารโลก แต่ต้องขนส่งปลอดภัย
  • คุ้มทุนระยะยาว: ศึกษาใหม่ให้ตรงบริบทปัจจุบัน

จากมุมมองผม โครงการนี้มีศักยภาพสูงมาก ถ้าศึกษาดีและโปร่งใส จะช่วยให้ไทยยืนหยัดในโลกที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วได้จริงๆ ไม่ใช่แค่นโยบาย แต่เป็นอนาคตของชาติ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับ “อนุทิน” ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ และโครงการแลนด์บริดจ์นี้? เห็นด้วยหรือกังวลเรื่องอะไร? คอมเมนต์มาบอกกันด้านล่างเลยครับ แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ด้วยนะ จะได้ช่วยกันติดตามพัฒนาการ!

ที่มา – “อนุทิน” ชี้โลกเปลี่ยน ไทยต้องปรับ ตั้ง “เอกนิติ” นั่งประธานคณะกรรมการศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: