“อนุทิน” เตรียมลุยเกาะพะงัน 13 พ.ค. สแกนนอมินี กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดังของไทยอย่างเกาะพะงันและเกาะสมุย ที่กำลังเผชิญปัญหาการใช้คนไทยเป็นนอมินีให้ชาวต่างชาติมาครองธุรกิจ ส่งผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของคนไทยโดยตรง รัฐบาลภายใต้นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ไม่ยอมปล่อยผ่าน ย้ำชัดว่าจะสแกนทั่วประเทศเพื่อปกป้องความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
“อนุทิน” เตรียมลุยเกาะพะงัน 13 พ.ค. สแกนนอมินี
จากข้อมูลของน.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ระบุว่านายกรัฐมนตรีอนุทินมีกำหนดการลงพื้นที่เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติผ่านนอมินีอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นการต่อเนื่องจากการลงพื้นที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ในโอกาสนั้น นายกฯ ได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้แก้ไขปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการคุ้มครองประชาชนให้ประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย
ปัญหา “อนุทิน” เตรียมลุยเกาะพะงัน 13 พ.ค. สแกนนอมินี นี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะกระทรวงพาณิชย์ โดยกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้ทำการสแกนข้อมูลนิติบุคคลในพื้นที่เกาะสมุยและเกาะพะงัน พบว่ามีนิติบุคคลทั้งหมด 16,811 ราย โดยมีบริษัทที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนถึง 11,426 ราย คิดเป็นสัดส่วน 67.97% เลยทีเดียว แบ่งเป็นเกาะพะงัน 3,213 ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย สถิติเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าต้องมีการตรวจสอบเข้มข้น เพื่อหาว่ามีการใช้นอมินีหรือคนไทยถือหุ้นบังหน้าให้ต่างชาติเลี่ยงกฎหมายหรือไม่
ภัยคุกคามจากนอมินีต่อเศรษฐกิจไทย
นายกรัฐมนตรีชี้ชัดว่าปัญหานี้เป็นภัยต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูง สร้างการจ้างงานมากมาย และส่งผลต่อรายได้ของประชาชน รัฐบาลสั่งการให้ฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานอื่นๆ สแกนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ไม่ใช่แค่ภูเก็ต สมุย หรือพะงัน หากพบการใช้ช่องว่างกฎหมายแย่งอาชีพคนไทย จะดำเนินการเด็ดขาดตามกฎหมายทันที
- นอมินีคือการใช้ชื่อคนไทยจดทะเบียนบริษัทแทนต่างชาติ เพื่อเลี่ยงกฎหมายห้ามต่างชาติทำธุรกิจบางประเภท
- ส่งผลให้คนไทยเสียโอกาสในการทำธุรกิจ สูญเสียรายได้และงานทำ
- ทุนสีเทาและเครือข่ายอาชญากรรมเศรษฐกิจตักตวงผลประโยชน์จากไทย
- รัฐบาลสนับสนุนการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้อง โปร่งใส แต่ต่อต้านการเอารัดเอาเปรียบ
นอกจากนี้ นายกฯ ยังขอความร่วมมือจากประชาชนให้เป็นหูเป็นตา แจ้งเบาะแสต่อเจ้าหน้าที่ และอย่ายอมเป็นนอมินีให้ต่างชาติ เพราะการปกป้องอาชีพคนไทยต้องมาจากทุกภาคส่วน นโยบายนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการสร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของประเทศ
การลงพื้นที่ของ “อนุทิน” เตรียมลุยเกาะพะงัน 13 พ.ค. สแกนนอมินี จะช่วยเร่งแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างไร? คาดว่าน่าจะนำไปสู่การตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้น การเพิกถอนทะเบียนบริษัทที่ผิดกฎหมาย และการสนับสนุนให้คนไทยเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น ในระยะยาว จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวและนักลงทุนที่ถูกต้องด้วย
ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือก้าวสำคัญที่รัฐบาลกำลังทำเพื่อคนไทยแท้ๆ หากทุกคนร่วมมือกัน ปัญหานอมินีจะลดลงอย่างแน่นอน คุณล่ะคิดเห็นอย่างไรกับมาตรการนี้? มาแสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!
ที่มา – “อนุทิน” เตรียมลุยเกาะพะงัน 13 พ.ค.นี้ สั่งสแกนนอมินีทั่วประเทศ ชี้เป็นภัยความมั่นคงทางเศรษฐกิจ

