“อนุทิน” ไม่ไป UNGA หวั่นกลับไม่ทันแถลงนโยบายรัฐบาล อยู่ระหว่างประสานวัน 29-30 ก.ย. เชื่อไทยไม่เสียโอกาสเวทีโลก ไม่คุยดราม่าให้อำนาจทหารแก้ชายแดนมากไป เมิน “สันธนะ” แฉ 4 นักการเมืองภูมิใจไทย
วันที่ 23 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความชัดเจนในการเดินทางไปร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) หลังฝ่ายกฎหมายระบุว่าสามารถเดินทางไปได้หากเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน ว่า หากพิจารณาจากเวลาแล้วคงไม่ทันวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเบื้องต้นจะหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องของช่วงเวลาและเรื่องของอำนาจที่มีอยู่ด้วย บางคนบอกไปได้ บางคนก็บอกว่าไปไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามย้ำ คณะกรรมการกฤษฎีการะบุแล้วว่าสามารถไปได้ นายอนุทิน ตอบว่า เรามีแนวทางของเรา ทั้งนี้ เราไม่ได้ไปเพื่อลงนามข้อตกลงอะไร หากรัฐบาลของตนเข้ามาบริหารประเทศเรียบร้อยแล้ว เรามีความชัดเจนในการบริหารสถานการณ์ความขัดแย้งของไทย-กัมพูชาอย่างไร
ส่วนคำถามว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่เดินทางไปด้วยตัวเองจะทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการเรียกความเชื่อมั่นจากสถานการณ์ไทย-กัมพูชานั้น นายอนุทิน ตอบว่า เรื่องความเชื่อมั่นอยู่ที่การจัดการของรัฐบาล และการสนับสนุนจากประชาชนและกองทัพ ไม่ได้อยู่ที่เวทีไหน ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับบ้านเรา ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประชาชนให้ความสนับสนุนแนวทางต่างๆ ของรัฐบาล นี่คือความเชื่อมั่น
ทางด้านกรณีคณะกรรมการกฤษฎีการะบุหากมีความจำเป็น เช่น เรื่องสถานการณ์ชายแดนสามารถที่จะเดินทางไปได้นั้น นายอนุทิน ถามย้อนว่าความจำเป็นคืออะไร หรือต้องชี้แจงอะไรกับใคร ประชาคมโลกรับทราบสถานการณ์ตลอดเวลาอยู่แล้ว ขณะที่คำถามว่าหากไม่ได้ไปเข้าร่วมประชุม UNGA จะทำให้ไทยเสียโอกาสอะไรบ้าง นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับแนวทางของรัฐบาลนั้นเรามีความชัดเจนอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นประชาคมโลกหรือใครก็ตาม รับทราบข่าวสารและแนวทางนโยบายที่กำลังจะเข้ามา ขณะนี้เราต้องการความสมบูรณ์แบบทุกรูปแบบ ดังนั้นเราต้องแถลงนโยบายให้เรียบร้อยก่อน
เมื่อถามอีกว่าประเทศไทยต้องทำเอกสารชี้แจงหรือไม่ จากกรณีที่กัมพูชาก็ร้องเรียนในเวที UN เช่นกัน นายอนุทิน ตอบว่า กัมพูชาก็กล่าวหาเราว่าละเมิดนั่นละเมิดนี่ แต่จริงๆ แล้วเราสามารถแถลงจากประเทศไทยก็ได้ ในคำถามว่าต้องมีการหารือกับกระทรวงการต่างประเทศหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ก็ต้องมีการหารือว่าจะให้ไปหรือไม่ เมื่อเช้านี้มีการประชุมหลายหน่วยงาน เห็นสมควรว่าไม่ควรที่จะไปร่วมประชุม ซึ่งมีการตีความต่างๆ มากมาย หากไปเข้าร่วมแล้วไม่สามารถพูดได้เต็มที่ ไปพบคู่เจรจา หากถูกถามว่ามีอำนาจเต็มหรือไม่ แล้วจะพูดว่าน่าจะเต็ม ก็ทำให้เราเสียโอกาสแล้ว เราจะคุยกับใครก็รอให้เรียบร้อยก่อน การจะคุยกับใครก็ตามไม่จำเป็นต้องคุยที่ UN คู่กรณีมีเพียงไม่กี่ราย
ในประเด็นคำถาม มีความเป็นไปได้หรือไม่ ภายหลังจากแถลงนโยบายแล้วจะแถลงจุดยืนของรัฐบาลไทยในการปกป้องอธิปไตยของไทยกับกัมพูชาอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า หากมีความจำเป็นก็ต้องดูว่าที่ UN มีข้อสงสัยอะไร สิ่งที่สำคัญคือต้องเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินเต็มรูปแบบให้ได้ ในสัปดาห์หน้านี้จะมีการนัดแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งเรื่องนี้สำคัญกว่า หากไปแล้วเกิดเครื่องบินดีเลย์กลับมาแถลงนโยบายไม่ได้จะทำให้เกิดปัญหามากมาย ขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับรัฐสภาเรื่องการแถลงนโยบายในวันที่ 29-30 กันยายนนี้
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงดราม่าว่าให้อำนาจทหารในการจัดการปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชามากเกินไป นายอนุทิน ตอบสั้นๆว่า “ไม่เอา ไม่คุยเรื่องดราม่า” ส่วนกรณีที่ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล ออกมากล่าวหา 4 นักการเมืองพรรคภูมิใจไทยเอี่ยวผลประโยชน์บ่อนกาสิโนชายแดนไทย-กัมพูชานั้น นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามนี้ แต่ยิ้มตอบเท่านั้น.
ทำไม “อนุทิน” ถึงตัดสินใจไม่ไป UNGA หวั่นกลับมาแถลงนโยบายไม่ทัน?
จากกระแสข่าวที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ตัดสินใจไม่เดินทางไปเข้าร่วมประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (UNGA) ทำให้เกิดคำถามมากมายถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ โดยเหตุผลหลักที่นายอนุทินให้ไว้คือ เกรงว่าจะเดินทางกลับมาแถลงนโยบายต่อรัฐสภาไม่ทันตามกำหนดการที่วางไว้
ความสำคัญของการแถลงนโยบายรัฐบาล
การแถลงนโยบายรัฐบาลถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการแสดงวิสัยทัศน์และแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนและนานาชาติต่างให้ความสนใจ การที่นายอนุทินตัดสินใจให้ความสำคัญกับการแถลงนโยบายมากกว่าการเดินทางไป UNGA แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการเริ่มต้นการทำงานอย่างเป็นรูปธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุกภาคส่วน
นอกจากนี้ การที่ อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน ยังสะท้อนให้เห็นถึงการพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น หากการเดินทางไป UNGA ทำให้การแถลงนโยบายต้องเลื่อนออกไป ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและประชาชน
ถึงแม้ว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่เดินทางไป UNGA อาจทำให้ประเทศไทยเสียโอกาสในการแสดงบทบาทในเวทีโลกบ้าง แต่รัฐบาลก็ยังคงยืนยันว่าจะใช้ช่องทางอื่นๆ ในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจกับประชาคมโลกต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
การที่ อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน จึงเป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงผลประโยชน์และความสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดินภายในประเทศเป็นสำคัญ และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของนายอนุทินครั้งนี้ก็อาจถูกมองว่าเป็นการให้ความสำคัญกับปัญหาภายในประเทศมากเกินไป จนละเลยโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือกับนานาชาติ ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบและหาแนวทางในการสร้างสมดุลระหว่างทั้งสองด้านต่อไป
สถานการณ์ที่ อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารประเทศที่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดด้านเวลาและทรัพยากร การตัดสินใจของผู้นำจึงต้องมีความเฉียบคมและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ
โดยสรุปแล้ว การที่ อนุทินไม่ไป UNGA หวั่นแถลงนโยบายไม่ทัน เป็นการตัดสินใจที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบริหารประเทศและแก้ไขปัญหาภายในประเทศเป็นอันดับแรก แม้ว่าอาจมีข้อวิพากษ์วิจารณ์บ้าง แต่ก็เป็นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องน้อมรับฟังและนำไปปรับปรุงแก้ไขต่อไป
ที่มา – “อนุทิน” ไม่ไป UNGA หวั่นกลับมาแถลงนโยบายไม่ทัน ปัดตอบให้อำนาจทหารชายแดนมากไป



