ในสถานการณ์ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ประเด็นการบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินกลายเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะล่าสุดที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลอย่างดุเดือดเกี่ยวกับประเด็น “อภิสิทธิ์” ชี้ พ.ร.บ.โอนงบฯ สวนทางวิกฤตเศรษฐกิจ ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในแวดวงการเมืองขณะนี้
“อภิสิทธิ์” ชี้ พ.ร.บ.โอนงบฯ สวนทางวิกฤตเศรษฐกิจ
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและประสิทธิภาพในการโอนงบประมาณของรัฐบาล โดยระบุว่าการกระทำดังกล่าวนั้นดูจะย้อนแย้งกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น หากมองในมุมของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ รัฐบาลควรจัดสรรวงเงินให้คุ้มค่าที่สุดแทนที่จะเลือกวิธีปะผุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่รัฐบาลเลือกจะกู้เงินถึง 4 แสนล้านบาทแทนที่จะโอนงบประมาณให้เต็มศักยภาพ
ผลกระทบจากการกู้เงิน 4 แสนล้านและ “อภิสิทธิ์” ชี้ พ.ร.บ.โอนงบฯ สวนทางวิกฤตเศรษฐกิจ
การผลักภาระหนี้สาธารณะให้สูงขึ้นเรื่อยๆ จนเกือบแตะเพดานที่กำหนดไว้ ถือเป็นสิ่งที่น่ากังวลอย่างยิ่ง นายอภิสิทธิ์มองว่าหากรัฐบาลมีการบริหารจัดการที่ดี การโอนงบประมาณในสัดส่วนที่เหมาะสมกว่านี้อาจช่วยลดความจำเป็นในการกู้เงินลงได้ ซึ่งประเด็นนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การบริหารทางการคลังที่อาจไม่ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของประชาชนในระยะยาว
- ความล่าช้าในการเสนอ พ.ร.บ. ต่อสภาฯ
- สัดส่วนการโอนงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็น
- ภาระหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นจนน่ากังวล
สิ่งที่สังคมตั้งคำถามคือ หากรัฐบาลมีโครงการที่สามารถลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นได้มากถึง 1 แสนล้านบาท เหตุใดจึงเลือกโอนงบประมาณเพียงแค่ 1 หมื่นล้านบาทเท่านั้น? การเลือกตัดสินใจเช่นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อแผนงานการฟื้นฟูประเทศ ท้ายที่สุดแล้ว การใช้เงินแผ่นดินทุกบาททุกสตางค์ควรต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าและความเป็นธรรมของคนทั้งประเทศ มากกว่าความสะดวกทางการเมืองของฝ่ายบริหาร
ที่มา – “อภิสิทธิ์” ชี้ พ.ร.บ.โอนงบฯ สวนทางวิกฤตเศรษฐกิจ ซัดกู้ 4 แสนล้าน สร้างภาระหนี้สาธารณะ


