กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในวงการการเมืองไทยเมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2569 หลังจาก “อรรถกร” ซัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำคนไทยเป็นหนี้คนละ 6 พัน บาท โดยได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การดำเนินงานของรัฐบาลอย่างดุเดือดผ่านเวทีรัฐสภา ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับประชาชนทั่วประเทศถึงภาระหนี้สาธารณะที่กำลังจะพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
“อรรถกร” ซัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำคนไทยเป็นหนี้คนละ 6 พัน สะท้อนความไม่โปร่งใส
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา จากพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาว่า การออก พ.ร.ก. ฉบับนี้แม้รัฐบาลจะมีเสียงข้างมากในสภา แต่ในแง่ของความคุ้มค่าและความเป็นธรรมนั้นยังเป็นที่น่าสงสัย เพราะคนไทยกว่า 67 ล้านคนต้องตื่นมาพร้อมกับภาระหนี้ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยคนละกว่า 6,000 บาทโดยไม่มีทางเลือก
เจาะลึกปมเดือด “อรรถกร” ซัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำคนไทยเป็นหนี้คนละ 6 พัน
ไม่เพียงแค่เรื่องของตัวเลขหนี้สินเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับรายละเอียดในโครงการที่คุณอรรถกรได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ดังนี้:
- การจัดลำดับความสำคัญ: การผลักดันโครงการที่อาจไม่ใช่ภาวะฉุกเฉินจริงมาใส่รวมไว้ใน พ.ร.ก. เพื่อให้ผ่านการอนุมัติง่ายขึ้น
- ความชัดเจนของแผนงาน: โครงการปรับโครงสร้างพลังงานถูกตั้งคำถามว่า เร่งด่วนจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการนำงบประมาณมาใช้โดยขาดความสอดคล้องกับงบประมาณปกติ
- หลักเกณฑ์การช่วยเหลือ: ความกังวลว่าผู้ได้รับผลกระทบที่เป็นกลุ่มเปราะบางจะเข้าถึงสิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ได้อย่างทั่วถึงหรือไม่
คุณอรรถกรได้เปรียบเทียบการกระทำของรัฐบาลในครั้งนี้ว่าเป็นเสมือน “เมนูยัดไส้” ที่นำโครงการขนาดใหญ่มาซ่อนรายละเอียดไว้ในกฎหมายกู้เงินฉบับเดียว ทำให้ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้อย่างถี่ถ้วน ต่างจากร้านอาหารทั่วไปที่ยังต้องระบุส่วนผสมและราคาให้ชัดเจน แต่เมนูการกู้เงินครั้งนี้กลับไม่มีใครรู้แน่ชัดว่ามีอะไรแฝงอยู่ข้างในบ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น การที่รัฐบาลยุติการทำประชามติทั้งที่สูญเสียงบประมาณไปแล้วกว่า 9,000 ล้านบาท ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าคำมั่นสัญญาเรื่องประชาธิปไตยที่เคยให้ไว้กับประชาชนนั้น ดูเหมือนจะสวนทางกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงบนหน้ากระดานการเมืองไทยในขณะนี้
ในมุมมองของผู้เขียน หากรัฐบาลต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สิ่งสำคัญที่สุดคือความโปร่งใสและการชี้แจงรายละเอียดของโครงการให้ชัดเจนที่สุด เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่กู้มา คือภาระภาษีที่คนไทยทุกคนต้องร่วมกันแบกรับไปอีกนาน หากขาดการบริหารจัดการที่ดี ผลกระทบที่จะตามมาในอนาคตอาจมากกว่าแค่ตัวเลขทางเศรษฐกิจ แต่จะเป็นเรื่องของความศรัทธาที่ประชาชนมีต่อรัฐบาลนั่นเอง
ที่มา – “อรรถกร” ซัด พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ทำคนไทยเป็นหนี้คนละ 6 พัน ชี้รัฐบาลผิดคำมั่นประชาธิปไตย

