วิกฤตน้ำมันกำลังรุนแรงขึ้นในประเทศไทย เมื่อ “อรรถวิชช์” แฉ “ไอ้โม่ง” คือโรงกลั่น น้ำมันที่กักตุนเพื่อขายในราคาแพงให้กลุ่มค้าส่ง แทนที่จะปล่อยสู่ประชาชนที่ปั๊มน้ำมัน สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางราคาน้ำมันผันผวนจากสงครามและปัจจัยภายนอก ทำให้ประชาชนเดือดร้อนหนัก นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ออกมาแฉในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ระหว่างพิจารณาญัตติด่วนแก้ไขวิกฤตพลังงาน
“อรรถวิชช์” แฉ “ไอ้โม่ง” คือโรงกลั่น
นายอรรถวิชช์ เปรียบสถานการณ์ขาดแคลนน้ำมันเหมือน “ดูดหลอดกาแฟ” ที่ลมยังไม่พัดแรง แต่ปัญหาหลักอยู่ที่ “อรรถวิชช์” แฉ “ไอ้โม่ง” คือโรงกลั่น ทั้ง 6 แห่งในประเทศ ไม่ใช่ประชาชนที่กักตุนเพราะประชาชนเก็บได้แค่ถังเล็กๆ ไม่กี่สิบลิตรเท่านั้น ปริมาณน้ำมันในประเทศยังมีเหลือเฟือ โดยปกติไทยกลั่นน้ำมันได้วันละ 1 ล้านบาร์เรล หรือราว 159 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งมากกว่าความต้องการ แต่ทำไมหน้าปั๊มถึงขาดแคลน?
สาเหตุหลักจากกลไก 2 ราคา
หลังสงครามปะทุเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาน้ำมันสำเร็จรูปพุ่งสูง ราคาค้าปลีกหน้าปั๊มถูกตรึงไม่เกิน 30 บาทต่อลิตรด้วยกองทุนน้ำมันชดเชย แต่ราคาค้าส่งทะยานถึง 50 บาทต่อลิตร โรงกลั่นจึงหันไปขายให้กลุ่มค้าส่งเพื่อกำไรสูงกว่า โดยเฉพาะปั๊มแฟรนไชส์ขนาดเล็กถูกตัดโควตาก่อน รัฐบาลประกาศอุ้มราคา ทำให้โรงกลั่นกักตุนรอราคาขึ้นอีก
- โรงกลั่นผลิตน้ำมันเพียงพอ แต่เลือกขายแพง
- กลุ่มค้าส่งรับน้ำมันไปเก็งกำไร
- ปั๊มค้าปลีกขาดแคลน ส่งผลกระทบประชาชน
- กองทุนน้ำมันถูกใช้ชดเชยส่วนต่างทุกวัน
แนวทางแก้ไขที่นายอรรถวิชช์เสนอ
นายอรรถวิชช์ชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่มาถูกทางด้วยการใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันสภาวะการขาดแคลนน้ำมัน พ.ศ. 2516 ห้ามส่งออกน้ำมัน แต่ควรขยายไปสั่งตรึงราคาขายแบบตายตัว ไม่ให้มี 2 ราคา ใช้คณะกรรมการกลางพาณิชย์กำหนดราคาแทน โรงกลั่นไม่ใช่ร้านทองที่ขาดทุนแล้วรัฐไม่ช่วย แต่มีกองทุนน้ำมันอุ้มอยู่ หากขาดทุนให้ยื่นขอชดเชย ไม่ใช่ชดเชยอัตโนมัติทุกวัน
ท่านอรรถวิชช์ขีดเส้นใต้ย้ำว่า “กองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น” รัฐต้องเด็ดขาด กำหนดราคาขายจากต้นทุนจริง ไม่ใช่สมมติราคาขึ้น หากทำได้จะหยุดกลไกเก็งกำไรได้ทันที
วิกฤตนี้จะยิ่งหนักหลังสงกรานต์ เพราะน้ำมันจะขาดจริงหากไม่แก้ที่ต้นตอ สถานการณ์คล้ายปี 2568 ที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เคยเจอปัญหาคล้ายกัน ไทยต้องพึ่งพากลั่นในประเทศ ลดนำเข้า และควบคุมโรงกลั่นเครือข่ายให้โปร่งใส
ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งที่ “อรรถวิชช์” แฉ “ไอ้โม่ง” คือโรงกลั่น นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ รัฐบาลต้องรีบดำเนินการเพื่อปกป้องประชาชนจากราคาน้ำมันแพง หากปล่อยไว้ ผลกระทบจะลามไปสู่อาหาร ยานพาหนะ และเศรษฐกิจทั้งระบบ คุณคิดอย่างไรกับวิกฤตน้ำมันครั้งนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้!
ที่มา – “อรรถวิชช์” แฉ “ไอ้โม่ง” คือโรงกลั่น ลั่นกองทุนน้ำมันไม่ได้มีไว้ชดเชยกำไรโรงกลั่น

