กรณี ออกหมายจับเจ้าอาวาสดัง พร้อมพวกอีก 3 คน ฝ่าฝืนคำสั่งศาล กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ หลังศาลจังหวัดเลยมีคำสั่งออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับวัดร่มโพธิธรรม อำเภอหนองหิน จังหวัดเลย จากกรณีไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลฎีกาเกี่ยวกับการให้ผู้ครอบครองออกจากพื้นที่ป่าสงวนและเขตป่า รวมพื้นที่กว่า 754 ไร่
เหตุการณ์ดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายและการทวงคืนพื้นที่ของรัฐ โดยมีหลายหน่วยงานร่วมกันตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เจ้าหน้าที่ระบุว่าคดีนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกามาตั้งแต่ปี 2560 แต่ยังมีประเด็นเรื่องการปฏิบัติตามคำสั่งศาล จนนำไปสู่การขอออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง
ออกหมายจับเจ้าอาวาสดัง พร้อมพวกอีก 3 คน ฝ่าฝืนคำสั่งศาล
ความคืบหน้าล่าสุดเกิดขึ้นที่ศาลจังหวัดเลย เมื่อมีการนัดไต่สวนคดีที่วัดร่มโพธิธรรมยื่นฟ้องในข้อหาหมิ่นประมาทและความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ โดยศาลมีคำสั่งยกฟ้องผู้ถูกฟ้องบางราย ขณะเดียวกัน กรมบังคับคดีจังหวัดเลยได้ยื่นเรื่องขอออกหมายจับเจ้าอาวาสและบุคคลที่เกี่ยวข้องอีก 3 คน ในประเด็นการฝ่าฝืนคำพิพากษาศาลฎีกา
บุคคลที่ศาลจังหวัดเลยออกหมายจับ ได้แก่ พระสมุห์ทัศพงศ์ อนาลโย เจ้าอาวาสวัดร่มโพธิธรรม นายโชคอำนวย กนกสังแคลนพรหม จำเลยที่ 3 นายเฉลิมชัย อินทรชัยศรี ไวยาวัจกร และนายพีระพงศ์ ทิพโกมุท ไวยาวัจกร ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวเป็นไปตามการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินคดี
รายละเอียดคดีออกหมายจับเจ้าอาวาสดัง พร้อมพวกอีก 3 คน ฝ่าฝืนคำสั่งศาล
นายกฤษกร สิงมูล ผู้อำนวยการส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 อุดรธานี เปิดเผยว่า คดีนี้มีคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีหมายเลขแดงที่ อ.799/2557 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2560 โดยมีคำสั่งให้จำเลยทั้งสี่ รวมถึงผู้แทน คนงาน ผู้รับจ้าง และบริวาร ออกจากพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตป่า
พื้นที่ตามคำพิพากษาประกอบด้วยเขตป่าสงวนแห่งชาติประมาณ 411 ไร่ 3 งาน 77 ตารางวา และเขตป่าอีกประมาณ 342 ไร่ 1 งาน 80 ตารางวา รวมแล้วมากกว่า 754 ไร่ เจ้าหน้าที่ระบุว่าวัดร่มโพธิธรรมกับพวกยังไม่ได้ปฏิบัติตามคำพิพากษาอย่างครบถ้วน จึงมีการประสานกำลังหลายหน่วยงานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2569 หน่วยงานด้านป่าไม้ ตำรวจ ฝ่ายความมั่นคง และกระบวนการยุติธรรม ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบภายใต้แผนปฏิบัติการ “ฟ้าสางที่หนองหิน” เป้าหมายสำคัญคือการทวงคืนพื้นที่ของรัฐและบังคับใช้คำพิพากษาศาลอย่างเคร่งครัด พร้อมแจ้งให้พระ เณร และฆราวาสออกจากกุฏิภายในระยะเวลาที่กำหนด
เจ้าหน้าที่เดินหน้าตามหมายจับ
จากข้อมูลของสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 6 มีการขอออกหมายจับบุคคลทั้งหมด 6 คน เนื่องจากถูกกล่าวหาว่าขัดคำสั่งหรือไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาศาล อย่างไรก็ตาม ศาลจังหวัดเลยได้ออกหมายจับในเบื้องต้นจำนวน 4 คนตามรายชื่อที่เปิดเผยต่อสื่อมวลชน
ในวันที่มีการดำเนินการตามขั้นตอนของศาล ผู้ถูกออกหมายจับเดินทางมาศาลเพียง 1 คน คือ นายพีระพงศ์ ซึ่งเดินทางมาในฐานะพยานของคดีอื่น ส่วนบุคคลอีก 3 คน ได้แก่ เจ้าอาวาสและผู้เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการติดตามตัวตามหมายจับและกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
- คดีเกี่ยวข้องกับพื้นที่ป่าสงวนและเขตป่ารวมกว่า 754 ไร่
- ศาลฎีกามีคำพิพากษาให้ผู้เกี่ยวข้องออกจากพื้นที่ตั้งแต่ปี 2560
- ศาลจังหวัดเลยออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องจำนวน 4 คน
- เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานร่วมกันติดตามและบังคับใช้คำสั่งศาล
อีกด้านหนึ่ง ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช เปิดเผยว่า เดินทางมาศาลเพื่อไต่สวนคดีที่เกี่ยวข้องกับการฟ้องหมิ่นประมาทและพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ หลังมีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับประเด็นการบุกรุกป่าสงวนและการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล โดยศาลมีกำหนดพิจารณาหรือมีคำสั่งในวันที่ 25 ตุลาคม
นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร อดีตผู้อำนวยการสำนักอุทยานแห่งชาติ ก็ให้ข้อมูลว่าตนเองถูกฟ้องพร้อมจำเลยรวม 6 คน ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา แต่ศาลจังหวัดเลยมีคำสั่งยกฟ้อง โดยเห็นว่าการโพสต์ดังกล่าวไม่ได้ระบุชื่อวัดโดยตรง และเป็นการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต
ประเด็นนี้จึงมีทั้งส่วนของคดีอาญาเกี่ยวกับการฝ่าฝืนคำสั่งศาล และคดีที่เกี่ยวข้องกับการแสดงความคิดเห็นบนสื่อออนไลน์ ประชาชนควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานรัฐและคำสั่งศาลอย่างรอบด้าน เพราะรายละเอียดของคดีอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามพยานหลักฐานและกระบวนการยุติธรรม
กรณี ออกหมายจับเจ้าอาวาสดัง พร้อมพวกอีก 3 คน ฝ่าฝืนคำสั่งศาล สะท้อนให้เห็นว่าคำพิพากษาเกี่ยวกับทรัพยากรของรัฐต้องได้รับการปฏิบัติตามอย่างจริงจัง ขณะเดียวกัน ทุกฝ่ายควรใช้สิทธิ์ตามกฎหมายและเคารพกระบวนการยุติธรรม การติดตามข่าวควรแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น และรอผลการดำเนินคดีจากศาลเป็นสำคัญ
สำหรับประชาชนที่สนใจเรื่องการจัดการพื้นที่ป่า ควรติดตามประกาศจากกรมป่าไม้ ศาล และหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและไม่เผยแพร่ข้อความที่อาจกระทบต่อสิทธิของผู้เกี่ยวข้อง คดีนี้ถือเป็นอีกกรณีที่สังคมควรจับตาอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดพื้นที่ให้ทุกฝ่ายชี้แจงตามขั้นตอน
ที่มา – ออกหมายจับเจ้าอาวาสดัง พร้อมพวกอีก 3 คน ฝ่าฝืนคำสั่งศาล




