ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ภาพเหตุการณ์ล่าสุดที่กรุงเตหะรานกลายเป็นจุดสนใจของคนทั่วโลก เมื่อกลุ่มพันธมิตรสำคัญของอิหร่านต่างพร้อมใจกันเดินทางมายังเมืองหลวงเพื่อร่วมในงานสำคัญ นั่นคือข่าวการที่ ฮิซบอลเลาะห์-ฮามาส ส่งผู้แทนร่วมพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเป็นผู้นำสูงสุดผู้ล่วงลับของอิหร่าน
ฮิซบอลเลาะห์-ฮามาส ส่งผู้แทนร่วมพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
พิธีไว้อาลัยครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องของการสูญเสียผู้นำทางจิตวิญญาณเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นภายใต้สิ่งที่อิหร่านเรียกว่า “กลุ่มอักษะแห่งการต่อต้าน” ซึ่งประกอบไปด้วยกลุ่มติดอาวุธต่างๆ ที่ได้รับแรงสนับสนุนจากรัฐบาลเตหะรานมาอย่างยาวนาน โดยการที่ ฮิซบอลเลาะห์-ฮามาส ส่งผู้แทนร่วมพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ในครั้งนี้ ได้สะท้อนให้เห็นว่าเครือข่ายพันธมิตรเหล่านี้ยังคงเหนียวแน่นแม้จะขาดผู้นำสูงสุดไปก็ตาม
รายละเอียดการเดินทางมาเข้าร่วมพิธีสำคัญ
สื่อในพื้นที่รายงานว่าพิธีฝังศพดังกล่าวจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่เป็นเวลาถึง 6 วัน โดยมีผู้แทนระดับสูงจากกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนและกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาเดินทางมาด้วยตนเอง คณะผู้แทนนำโดยบุคคลสำคัญทางการเมืองของแต่ละกลุ่ม ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึงความสำคัญของสายสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มเหล่านี้กับอิหร่านที่ยังคงทรงอิทธิพลเหนือนโยบายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
- กลุ่มฮิซบอลเลาะห์ส่งโมฮัมเหม็ด ฟเนอิช และคณะผู้แทนอาวุโส
- กลุ่มฮามาสส่งโมฮัมเหม็ด ดาร์วิช ประธานฝ่ายการเมืองเข้าร่วม
- กลุ่มอิสลามิกฮิญาดและตัวแทนจากกลุ่มฮูตีในเยเมนก็ปรากฏตัวในงานนี้ด้วย
หลายปีที่ผ่านมา อิหร่านได้กลายเป็นแกนหลักในการสนับสนุนกลุ่มเหล่านี้จนถูกนานาชาติเรียกขานว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง การที่ ฮิซบอลเลาะห์-ฮามาส ส่งผู้แทนร่วมพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ครั้งนี้นับเป็นการยืนยันจุดยืนของพวกเขาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้โลกเคยได้ยินข่าวการเสียชีวิตของแกนนำฮามาสอย่างอิสมาอิล ฮานิเยห์ ในกรุงเตหะรานมาแล้ว ซึ่งเหตุการณ์นั้นทำให้อุณหภูมิความขัดแย้งในตะวันออกกลางพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับประชาชนที่มุ่งหน้าไปยังมัสยิด “แกรนด์ โมซัลลา” เพื่อส่งดวงวิญญาณอดีตผู้นำสูงสุดในครั้งนี้ การจากไปของ อาลี คาเมเนอี ถือเป็นการปิดฉากยุคสมัยที่เขามีอำนาจเบ็ดเสร็จในการตัดสินใจนโยบายรัฐมาตั้งแต่ปี 2532 ซึ่งแน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงผู้นำในครั้งนี้ย่อมส่งผลกระทบต่ออนาคตของกลุ่มพันธมิตรในตะวันออกกลางอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือความสัมพันธ์ในเชิงภูมิรัฐศาสตร์มักจะข้ามพ้นเรื่องของตัวบุคคลไปสู่ผลประโยชน์ร่วมกัน การรวมตัวกันของเครือข่ายนี้จะยังคงเป็นตัวเลือกหลักในการกำหนดทิศทางความมั่นคงของภูมิภาคต่อไป และพวกเราคงต้องจับตาดูกันว่าบทบาทของอิหร่านหลังจากนี้ภายใต้การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะเป็นไปในทิศทางใด
ที่มา – ฮิซบอลเลาะห์-ฮามาส ส่งผู้แทนร่วมพิธีศพ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี


