เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง
เพื่อนๆ เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมช่วงนี้หน่วยงานรัฐถึงจริงจังเรื่องสัตว์น้ำในแหล่งน้ำธรรมชาติกันจัง? ล่าสุดทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ออกมาประกาศมาตรการเชิงรุกเพื่อติดตามสถานการณ์การแพร่กระจายของ เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง ที่กำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้กับระบบนิเวศของบ้านเราครับ การบุกรุกของสายพันธุ์แปลกปลอมเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ส่งผลกระทบต่ออาชีพประมงและความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง
ปัญหาหลักที่พบคือการพบสัตว์น้ำรุกรานในหลายจุด เช่น ปลาหมอคางดำในจังหวัดสมุทรสงคราม และกุ้งก้ามแดงในกว๊านพะเยา ซึ่งเจ้าพวกนี้เป็นสายพันธุ์ที่เติบโตเร็วมากและกินเก่ง จนไปเบียดเบียนที่อยู่อาศัยและอาหารของสัตว์น้ำท้องถิ่นจนแทบไม่เหลือ ทางกรมประมงจึงต้องตั้งรับและวางแผนจัดการอย่างเป็นระบบเพื่อไม่ให้สถานการณ์บานปลายไปมากกว่านี้
มาตรการสำคัญที่กระทรวงฯ กำลังดำเนินการประกอบด้วย:
- ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกในจุดที่มีรายงานพบสัตว์น้ำต่างถิ่น
- ถอนรากถอนโคนด้วยการจับออกและกำจัดอย่างต่อเนื่อง
- สนับสนุนการนำสัตว์น้ำเหล่านี้มาแปรรูปเป็นสินค้าเศรษฐกิจ เช่น อาหารสัตว์หรือปลาป่น
- ขอความร่วมมือจากประชาชนห้ามนำสัตว์น้ำต่างถิ่นไปปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติโดยเด็ดขาด
สำหรับประเด็นที่ว่า เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัดปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง จะทำได้สำเร็จหรือไม่นั้น ต้องอาศัยความร่วมมือจากพวกเราทุกคนด้วยครับ เพราะหากชาวประมงหรือผู้เลี้ยงพบเห็นความผิดปกติ ต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที และที่สำคัญคือเราต้องปรับความเข้าใจใหม่ว่าการปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะนั้นมีความผิดและทำลายระบบนิเวศอย่างรุนแรง
สุดท้ายนี้ ผมมองว่าการรักษาทรัพยากรประมงของไทยไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เป็นหน้าที่ของพวกเราคนไทยที่ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา เพื่อให้แหล่งน้ำของเรายังคงเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ให้กับคนรุ่นหลังต่อไปครับ
ที่มา – เกษตรฯ คุมเข้มสัตว์น้ำต่างถิ่น สกัด “ปลาหมอคางดำ-กุ้งก้ามแดง” ระบาดทำลายระบบนิเวศ





