นางฮัน ฮัก-จา ผู้นำโบสถ์แห่งความสามัคคี (Unification Church) หรือที่คนทั่วไปรู้จักในชื่อ “มูนนีส์” ถูกทางการเกาหลีใต้จับผู้นำโบสถ์ “มูนนีส์” ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีติดสินบน นางคิม กอน-ฮี อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซึ่งเป็นภริยาของ นายยุน ซ็อก-ยอล อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ที่เพิ่งถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง
โบสถ์ของนางฮันถูกกล่าวหาว่ามอบกระเป๋าแบรนด์เนมชาแนล 2 ใบ และสร้อยคอเพชร 1 เส้น รวมมูลค่ากว่า 80 ล้านวอน (ประมาณ 1.82 ล้านบาท) ให้กับนางคิม เพื่อแลกกับผลประโยชน์ทางธุรกิจและการเมือง ซึ่งขณะนี้อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งก็อยู่ระหว่างการพิจารณาคดีในหลายข้อหา ทั้งการติดสินบนและปั่นหุ้น
อัยการได้ยื่นขอหมายจับนางฮันใน 4 ข้อหา รวมถึงการยักยอกทรัพย์และติดสินบน โดยนางฮัน ซึ่งมีอายุ 82 ปี และเป็นภรรยาม่ายของผู้ก่อตั้งโบสถ์ ยังคงปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด โดยยืนยันว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่อง “ไม่จริง” และเธอเองก็ไม่มีความสนใจเรื่องการเมืองใด ๆ ขณะที่ทนายความได้ยื่นคัดค้านการจับกุมโดยให้เหตุผลด้านอายุและปัญหาสุขภาพของเธอ
นอกจากนี้ นางฮันยังถูกกล่าวหาว่าสมคบคิดกับอดีตเจ้าหน้าที่โบสถ์รายหนึ่งเพื่อติดสินบนเงิน 100 ล้านวอน (ประมาณ 2.28 ล้านบาท) ให้กับ นายกวอน ซอง-ดง สมาชิกรัฐสภาจากพรรคอนุรักษ์นิยม ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของอดีตประธานาธิบดียุน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้โบสถ์ได้รับผลประโยชน์หากนายยุนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปี 2022 ซึ่งเขาก็ชนะการเลือกตั้งในที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทั้งโบสถ์แห่งความสามัคคีและนายกวอนได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยทางโบสถ์อ้างว่าอดีตเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวเป็นผู้ดำเนินการเพียงลำพังในการมอบสินบนทั้งสองกรณี ส่วนตัวโบสถ์เองได้ออกมาขอโทษประชาชนและยืนยันว่าจะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่น
ปัจจุบัน นายยุน อดีตประธานาธิบดีถูกควบคุมตัวตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา และกำลังเผชิญการพิจารณาคดีแยกจากกรณีความพยายามประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวายและนำไปสู่การถอดถอนเขาจากตำแหน่ง
สำหรับโบสถ์แห่งความสามัคคี ก่อตั้งขึ้นในเกาหลีใต้ช่วงทศวรรษ 1950 โดย ซัน มย็อง มุน ผู้ที่ประกาศตนเองว่าเป็นพระเมสสิยาห์ โบสถ์แห่งนี้เป็นที่รู้จักจากพิธีแต่งงานหมู่ที่จัดให้คู่รักหลายพันคู่ในเวลาเดียวกัน จนถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นลัทธิ อีกทั้งยังเคยถูกกล่าวหาว่าบีบบังคับให้สาวกบริจาคเงินจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้ โบสถ์แห่งความสามัคคียังตกเป็นประเด็นใหญ่ในญี่ปุ่นหลังเกิดเหตุนายชินโซ อาเบะ อดีตผู้นำญี่ปุ่นถูกลอบสังหาร โดยมือสังหารอ้างว่าโกรธแค้นโบสถ์นี้เพราะทำให้ครอบครัวของเขาล้มละลาย และมองว่านายอาเบะให้การสนับสนุนกลุ่มดังกล่าว.
ข่าวการเกาหลีใต้จับผู้นำโบสถ์ “มูนนีส์” ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลขหนึ่งครั้งนี้ สั่นคลอนความเชื่อมั่นของประชาชนต่อสถาบันศาสนาและนักการเมืองอย่างมาก การที่ผู้นำทางศาสนาถูกกล่าวหาว่าติดสินบนเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ยิ่งทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในความโปร่งใสและความซื่อสัตย์ของบุคคลเหล่านี้
เกาหลีใต้จับผู้นำโบสถ์ “มูนนีส์” ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง
คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการที่อำนาจและเงินทองสามารถนำไปสู่การทุจริตได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางศาสนาหรือนักการเมือง การตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจในทางที่ผิด
ผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน จากกรณี เกาหลีใต้จับผู้นำโบสถ์ “มูนนีส์” ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง
- ความเสื่อมศรัทธาในศาสนา: ผู้คนอาจเริ่มตั้งคำถามต่อความน่าเชื่อถือของศาสนาและผู้นำทางศาสนา
- ความไม่ไว้วางใจนักการเมือง: คดีนี้อาจทำให้ประชาชนรู้สึกว่านักการเมืองไม่ซื่อสัตย์และพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
- ความต้องการความโปร่งใส: ผู้คนเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมทางการเงินและการเมือง
การพิจารณาคดีนี้จะเป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมในเกาหลีใต้ และจะเป็นตัวกำหนดอนาคตของโบสถ์แห่งความสามัคคี รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อสถาบันต่างๆ ในประเทศ
ที่มา – เกาหลีใต้จับผู้นำโบสถ์ “มูนนีส์” ติดสินบนอดีตสตรีหมายเลขหนึ่ง
