เครือข่ายกรรมการสถานศึกษาตำบล เป็นแนวคิดใหม่ที่กระทรวงศึกษาธิการเตรียมผลักดัน เพื่อเปิดทางให้โรงเรียน ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันวางแผนพัฒนาการศึกษาในพื้นที่อย่างเป็นระบบมากขึ้น แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากบริบทการศึกษาที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งจำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลง การเดินทางระหว่างหมู่บ้านที่สะดวกขึ้น และความจำเป็นในการใช้ทรัพยากรทางการศึกษาให้คุ้มค่า
นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้กล่าวถึงแนวทางดังกล่าวในการประชุมเชิงปฏิบัติการ “พลังกรรมการสถานศึกษา ยกระดับโรงเรียนไทยทุกภูมิภาค” ภาคเหนือ ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมองว่าการทำงานของคณะกรรมการสถานศึกษาจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น หากสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างโรงเรียนในตำบลเดียวกัน และมีท้องถิ่นเข้ามาร่วมสนับสนุนอย่างใกล้ชิด
เครือข่ายกรรมการสถานศึกษาตำบล คืออะไร
แนวคิด เครือข่ายกรรมการสถานศึกษาตำบล คือการรวมตัวของคณะกรรมการสถานศึกษาจากโรงเรียนต่าง ๆ ในระดับตำบล เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล วางแผน และร่วมตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดการศึกษาในพื้นที่ จากเดิมที่แต่ละโรงเรียนทำงานอยู่ภายในขอบเขตของตนเอง การมีเครือข่ายในระดับตำบลจะช่วยให้ทุกฝ่ายเห็นภาพรวมเดียวกัน และสามารถกำหนดแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชนได้มากขึ้น
เบื้องต้นมีแนวคิดให้นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการ เนื่องจากเป็นผู้แทนประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง และมีบทบาทโดยตรงในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ การมีผู้นำท้องถิ่นเข้ามาร่วมทำงานจะช่วยเชื่อมโยงเรื่องการศึกษาเข้ากับการพัฒนาชุมชน การคมนาคม สาธารณูปโภค และการดูแลเด็กและเยาวชนได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
เครือข่ายกรรมการสถานศึกษาตำบลช่วยโรงเรียนอย่างไร
จุดเด่นของ เครือข่ายกรรมการสถานศึกษาตำบล คือการเปิดโอกาสให้โรงเรียนหลายแห่งร่วมกันใช้ทรัพยากรและแก้ปัญหา ตัวอย่างเช่น โรงเรียนขนาดเล็กอาจมีครูไม่ครบชั้นเรียน อุปกรณ์การเรียนไม่เพียงพอ หรือมีงบประมาณจำกัด หากโรงเรียนในตำบลสามารถประสานงานร่วมกัน ก็อาจแบ่งปันบุคลากร สื่อการเรียนรู้ ห้องปฏิบัติการ หรือกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม
นอกจากนี้ เครือข่ายยังช่วยให้การวางแผนพัฒนาการศึกษาสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนมากขึ้น ผู้ปกครองและประชาชนจะมีพื้นที่ในการเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับโรงเรียนและอนาคตของเด็กในท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมทักษะอาชีพ การจัดการเรียนรู้ด้านดิจิทัล การดูแลเด็กที่มีความต้องการพิเศษ หรือการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา
- ช่วยเชื่อมโยงโรงเรียนหลายแห่งในตำบลเดียวกัน
- สนับสนุนการใช้บุคลากร งบประมาณ และอุปกรณ์ร่วมกัน
- เปิดโอกาสให้ท้องถิ่นและชุมชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ
- ช่วยวางแผนดูแลโรงเรียนขนาดเล็กอย่างเหมาะสม
- ทำให้การจัดการศึกษาสอดคล้องกับบริบทของแต่ละพื้นที่
การยกระดับคุณภาพการศึกษาต้องร่วมมือกัน
การพัฒนาการศึกษาไม่สามารถฝากความหวังไว้กับโรงเรียนหรือกระทรวงศึกษาธิการเพียงหน่วยงานเดียวได้ เพราะปัญหาของผู้เรียนมีความเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ ครอบครัว สุขภาพ สังคม และสภาพแวดล้อมในชุมชน การทำงานแบบแยกส่วนจึงอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ผลการประเมิน PISA 2025 ยังสะท้อนว่าประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาทักษะด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และการอ่าน แม้อันดับของไทยจะขยับขึ้นมาอยู่ที่อันดับ 53 แต่คะแนนโดยรวมยังต่ำกว่ามาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ประเด็นนี้จึงเป็นความท้าทายที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ไม่ว่าจะเป็นครู ผู้บริหาร ผู้ปกครอง ท้องถิ่น ภาคเอกชน และชุมชน
ในมุมนี้ เครือข่ายระดับตำบลอาจเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเปลี่ยนนโยบายให้เกิดผลจริง เพราะผู้ที่อยู่ในพื้นที่ย่อมเข้าใจปัญหาและข้อจำกัดได้ดีที่สุด หากทุกฝ่ายมีข้อมูลร่วมกันและเปิดใจรับฟังความคิดเห็น ก็จะสามารถออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้เรียนมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องใช้รูปแบบเดียวกันกับทุกโรงเรียน
โอกาสใหม่ของโรงเรียนขนาดเล็ก
โรงเรียนขนาดเล็กเป็นหนึ่งในประเด็นที่ต้องอาศัยการตัดสินใจร่วมกันอย่างรอบคอบ บางแห่งมีจำนวนนักเรียนน้อยลง แต่ยังมีความสำคัญต่อชุมชน เพราะเป็นสถานศึกษาที่อยู่ใกล้บ้านและช่วยลดภาระการเดินทางของเด็ก การมีคณะกรรมการระดับตำบลจะช่วยให้แต่ละพื้นที่พิจารณาทางเลือกได้รอบด้าน ทั้งการพัฒนาโรงเรียนเดิม การใช้ทรัพยากรร่วมกับโรงเรียนใกล้เคียง หรือการจัดระบบการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับจำนวนผู้เรียน
ขณะเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการกำลังเตรียมปรับสูตรการจัดสรรงบประมาณรายหัวรูปแบบใหม่ โดยคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติ สูตรดังกล่าวมีเป้าหมายให้การจัดสรรงบประมาณสอดคล้องกับสภาพจริงของแต่ละพื้นที่ และอาจช่วยเพิ่มงบประมาณให้โรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้มีต้นทุนเพียงพอในการสร้างโอกาสทางการศึกษาและลดข้อจำกัดด้านทรัพยากร
แนวคิดนี้จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นต้องมีหลักเกณฑ์การทำงานที่ชัดเจน มีการกำหนดบทบาทของแต่ละหน่วยงาน และมีระบบติดตามผลที่โปร่งใส ที่สำคัญควรเปิดพื้นที่ให้ครู ผู้ปกครอง และนักเรียนสะท้อนความคิดเห็น เพราะพวกเขาคือผู้ที่ได้รับผลโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงด้านการศึกษา
โดยรวมแล้ว เครือข่ายกรรมการสถานศึกษาตำบล ถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจในการทำให้การศึกษาเชื่อมโยงกับชุมชนมากขึ้น หากเดินหน้าอย่างต่อเนื่องและคำนึงถึงความแตกต่างของแต่ละพื้นที่ แนวคิดนี้อาจช่วยให้โรงเรียนมีพลังในการแก้ปัญหา ใช้ทรัพยากรได้คุ้มค่า และพัฒนาผู้เรียนให้พร้อมรับโลกยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่การรับฟังปัญหา สนับสนุนกิจกรรมโรงเรียน ไปจนถึงการร่วมติดตามผล เพื่อให้การศึกษาของไทยเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างยั่งยืน
ที่มา – “ประเสริฐ” ปิ๊งไอเดีย ตั้งเครือข่ายกรรมการสถานศึกษาตำบล ดึงท้องถิ่นร่วมบูรณาการ


