เชื่อว่าในวันที่ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังรอการระบาย บรรดาชาวผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าหลายท่านคงมีความกังวลใจไม่น้อยว่า เจาะลึก รถ EV ขับผ่านน้ำท่วมลึก 50-70 cm พังไหม หากท่านกำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมสูง การขับรถไฟฟ้าลุยน้ำไม่ใช่เรื่องเล่นๆ และต้องอาศัยความเข้าใจเชิงวิศวกรรมอย่างถูกต้องเพื่อที่จะไม่ให้รถสุดที่รักต้องกลายเป็นเศษเหล็กกลางทางครับ
เจาะลึก รถ EV ขับผ่านน้ำท่วมลึก 50-70 cm พังไหม
ตามมาตรฐานการผลิต แบตเตอรี่ EV ถูกออกแบบมาให้ผ่านมาตรฐานกันน้ำระดับสูงอย่าง IP67 หรือ IP69 ซึ่งในเชิงทฤษฎีคือการแช่น้ำนิ่งได้ชั่วคราว แต่การขับลุยน้ำท่วมในเมืองหลวงที่มีทั้งขยะ แรงดันน้ำ และสิ่งปฏิกูลนับว่าเป็นเรื่องที่อันตรายมากครับ หากคุณฝืนขับลุยน้ำในระดับ 50-70 เซนติเมตร สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือแรงดันน้ำอาจเล็ดลอดเข้าสู่จุดเชื่อมต่อสายไฟ หรือทำความเสียหายต่อพอร์ตชาร์จไฟได้
วิธีขับรถไฟฟ้าลุยน้ำท่วมขังอย่างปลอดภัย
หากจำเป็นต้องลุยน้ำจริงๆ โดยที่ระดับน้ำไม่เกิน 20-30 เซนติเมตร ให้ปฏิบัติดังนี้:
- เปิดโหมด Snow/Mud หรือ Eco เพื่อรักษากำลังรถให้คงที่
- รักษาความเร็วประมาณ 10-15 กม./ชม.
- ห้ามเร่งเครื่องจนเกิดคลื่นน้ำสูงเกินไป เพราะอาจทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าในห้องเครื่องเสียหายได้
- หากเห็นสัญญาณไฟเตือนบนหน้าจอ เช่น รูปเต่าทอง หรือไฟสัญลักษณ์ระบบไฟฟ้าบกพร่อง ให้หยุดรถและแจ้งศูนย์บริการทันที
เจาะลึก รถ EV ขับผ่านน้ำท่วมลึก 50-70 cm พังไหม คำตอบคือมีความเสี่ยงสูงมากที่ระบบจะถูกตัดไฟอัตโนมัติ (Safety Cut-off) เนื่องจากระบบตรวจพบฟองอากาศหรือความชื้นในระบบไฟฟ้าแรงดันสูง ซึ่งจะส่งผลให้รถดับกลางทางและเปิดประตูหรือเข็นได้ยากหากระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) ค้าง แนะนำให้เจ้าของรถศึกษาวิธีการปลดเบรกมือฉุกเฉินและวิธีเข็นรถ (Manual Release) ไว้ล่วงหน้าเสมอครับ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอย้ำว่า แม้รถไฟฟ้าจะถูกออกแบบมาให้กันน้ำได้ดี แต่ความประมาทเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายมหาศาล ค่าซ่อมจากน้ำท่วมระดับนี้อาจถึงขั้นต้องยกเครื่องใหม่ทั้งระบบ ทางที่ดีที่สุดคือ เลี่ยงการลุยน้ำลึกเกิน 50 เซนติเมตรจะปลอดภัยที่สุดสำหรับกระเป๋าเงินและตัวรถของคุณครับ
ที่มา – เจาะลึก รถ EV ขับผ่านน้ำท่วมลึก 50-70 cm พังไหม วิธีขับรถไฟฟ้าลุยน้ำท่วมขัง








