เจาะลึกทำไมตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีกอาจสร้างสถิติใหม่ 2.14 พันล้านปอนด์
ในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์นี้ วงการฟุตบอลอังกฤษกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อสโมสรต่างๆ ในลีกสูงสุดใช้จ่ายเงินไปแล้วกว่า 2.14 พันล้านปอนด์ แม้ว่าจะยังเหลือเวลาอีกกว่าสองสัปดาห์ก่อนปิดตลาด ซึ่งตัวเลขนี้ยืนยันได้ว่า เจาะลึกทำไมตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีกอาจสร้างสถิติใหม่ 2.14 พันล้านปอนด์ ได้อย่างชัดเจน โดยเม็ดเงินมหาศาลนี้แซงหน้ายอดรวมของหลายปีที่ผ่านมาไปไกลแล้ว
เจาะลึกทำไมตลาดนักเตะพรีเมียร์ลีกอาจสร้างสถิติใหม่ 2.14 พันล้านปอนด์ ในระดับโลก
ช่องว่างทางการเงินระหว่างพรีเมียร์ลีกและลีกอื่นๆ ในยุโรปนั้นกว้างขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบันอังกฤษใช้เงินไปมากกว่า 4 ลีกใหญ่ของยุโรปรวมกันเสียอีก ไม่ว่าจะเป็นกัลโช่ เซเรียอา, ลาลีกา, บุนเดสลีกา หรือลีกเอิง โดยมีเชลซีเป็นหัวหอกนำทัพในการทุ่มเงินมหาศาล แต่น่าสนใจที่ว่าทีมระดับกลางและทีมน้องใหม่ก็มีการทำลายสถิติการซื้อตัวผู้เล่นของสโมสรตัวเองด้วยเช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าอำนาจการเงินนั้นกระจายตัวไปทั่วทั้งลีก
แนวโน้มการช้อปปิ้งกันเองภายในพรีเมียร์ลีก
กลยุทธ์ที่น่าจับตามองในซัมเมอร์นี้คือการที่สโมสรเลือกซื้อตัวผู้เล่นจากเพื่อนร่วมลีกกันเอง เกือบ 785 ล้านปอนด์ถูกใช้ไปกับการซื้อขายในประเทศ ซึ่งรวมถึงการย้ายทีมของนักเตะระดับสตาร์จากทีม Big Six ด้วยกันเอง หรือจากทีมเล็กมาทีมใหญ่ การเลือกซื้อผู้เล่นที่คุ้นเคยกับฟุตบอลอังกฤษอยู่แล้วช่วยลดความเสี่ยงในการปรับตัว ทำให้ดีลเหล่านี้กลายเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและปลอดภัยสำหรับหลายสโมสร
- การใช้จ่ายของกลุ่ม Big Six กับทีมในลีกเดียวกันสูงเป็นประวัติการณ์
- นักเตะหลายรายที่ย้ายทีมกลายเป็นจิ๊กซอว์สำคัญในระดับทีมชาติ
- ความยืดหยุ่นทางการเงินภายใต้กฎกำไรและความยั่งยืน (PSR) บีบให้หลายสโมสรต้องขายนักเตะ
ในมุมมองของผม ตลาดรอบนี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องของเงิน แต่เป็นเรื่องของ ‘ประสิทธิภาพ’ สโมสรยักษ์ใหญ่ต่างต้องการความมั่นใจว่านักเตะที่ซื้อมาจะเล่นได้ทันที ซึ่งการคว้าตัวนักเตะที่ผ่านเวทีพรีเมียร์ลีกมาแล้วนั้นคือคำตอบที่ตรงจุดที่สุด แม้ว่าตัวเลข 3.14 พันล้านปอนด์จากปีก่อนจะยังเป็นเป้าหมายที่สูงลิ่ว แต่ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน เราอาจจะได้เห็นสถิติใหม่เกิดขึ้นก่อนสิ้นเดือนสิงหาคมนี้อย่างแน่นอน
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



