เจแปนแอร์ไลน์ผุดโปรเจกต์ ส่งสิ่งของไปดวงจันทร์ เพื่อมรดกโลก
ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งสายการบินที่เราใช้เดินทางท่องเที่ยว จะพาเราก้าวข้ามขีดจำกัดไปไกลถึงนอกโลก! ล่าสุดมีข่าวใหญ่ที่น่าตื่นเต้นมาก เมื่อสายการบินยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นอย่าง JAL ได้ประกาศจับมือกับบริษัท ispace ผู้นำด้านการสำรวจทรัพยากรบนดวงจันทร์ เพื่อเริ่มภารกิจที่ชื่อว่า “ARGO Trans-Lunar Heritage Project” หรือเรียกสั้นๆ ว่า ARGO PROJECT ซึ่งเป็นการทำสิ่งที่โลกไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นคือการขนส่งสิ่งของทางวัฒนธรรมไปเก็บรักษาไว้บนดวงจันทร์ครับ
แนวคิดนี้เกิดขึ้นจากความกังวลว่า โลกของเราในปัจจุบันกำลังเผชิญกับความเสี่ยงรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นภัยสงคราม ภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจทำลายมรดกอันล้ำค่าของมนุษยชาติไปได้ในพริบตา โครงการ เจแปนแอร์ไลน์ผุดโปรเจกต์ ส่งสิ่งของไปดวงจันทร์ นี้จึงเปรียบเสมือน “หีบสมบัติแห่งดวงดาว” ที่จะเก็บรักษาสมบัติวัฒนธรรมให้คงอยู่ชั่วนิรันดร์
รายละเอียดภารกิจขนส่งประวัติศาสตร์
สำหรับแผนการดำเนินงานของ เจแปนแอร์ไลน์ผุดโปรเจกต์ ส่งสิ่งของไปดวงจันทร์ นั้น JAL ไม่ได้มาเล่นๆ แต่ใช้ประสบการณ์การบินกว่า 70 ปีมาประยุกต์ใช้ โดยพวกเขาจะนำสิ่งของใส่ไว้ในตู้คอนเทนเนอร์พิเศษชื่อว่า “Möbius Ark” ในภารกิจ Mission 3 ที่มีกำหนดการปล่อยตัวในปี 2028 ซึ่งรายละเอียดคร่าวๆ มีดังนี้ครับ:
- ขนาดของกล่อง Möbius Ark: กว้าง 20 ซม. สูง 10 ซม. ออกแบบมาเพื่อทนต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้ว
- ตู้คอนเทนเนอร์นี้ทำจากวัสดุพิเศษ ช่วยปกป้องข้าวของด้านในได้ในระยะยาว
- เป้าหมายคือการเปิดโอกาสให้รัฐบาลท้องถิ่นและองค์กรเอกชน ได้นำสินค้าสัญลักษณ์หรือมรดกวัฒนธรรมส่งขึ้นไปจัดเก็บ
- มีการแบ่งเฟสการทำงานชัดเจน ตั้งแต่การคัดเลือกของที่จะส่ง ไปจนถึงการจัดเก็บตำแหน่งบนดวงจันทร์
หลายคนอาจสงสัยว่าการส่งของไปดวงจันทร์นั้นจะทำอย่างไร? ปัจจุบันโปรเจกต์นี้อยู่ในเฟสแรก คือการคัดเลือกวัตถุทางวัฒนธรรมและพัฒนาตู้คอนเทนเนอร์ หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนของการขนส่งผ่านยานอวกาศของ ispace ไปยังพื้นผิวดวงจันทร์ และเมื่อติดตั้งเรียบร้อยแล้ว ยานจะถ่ายภาพยืนยันการวางตำแหน่งส่งกลับมายังโลกด้วย ถือเป็นนวัตกรรมที่ล้ำสมัยมากครับ
โอกาสและอนาคตของธุรกิจอวกาศ
การที่ เจแปนแอร์ไลน์ผุดโปรเจกต์ ส่งสิ่งของไปดวงจันทร์ ได้สำเร็จ จะทำให้ JAL เป็นสายการบินแรกของโลกที่เปิดบริการนี้ แม้ผู้เชี่ยวชาญจะวิเคราะห์ว่าต้นทุนปัจจุบันยังค่อนข้างสูงสำหรับคนทั่วไป แต่ก็นับเป็นก้าวแรกที่ยิ่งใหญ่ในการทำให้การขนส่งสู่อวกาศกลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้มากขึ้นในอนาคต อีกทั้งยังสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทเอกชนกำลังหันมาให้ความสนใจในตลาดธุรกิจอวกาศอย่างจริงจัง
บทสรุปของเรื่องนี้ คือการเปลี่ยนมุมมองจากการที่อวกาศเป็นเรื่องของนักบินอวกาศ ให้กลายเป็นสถานที่เก็บรักษา “คุณค่า” ของมนุษย์ไว้อย่างปลอดภัยที่สุด โดยส่วนตัวผมเชื่อว่าในอนาคตเราอาจจะได้เห็นมรดกวัฒนธรรมไทยไปอยู่บนดวงจันทร์ร่วมกับชาติอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ซึ่งถือเป็นความหวังใหม่ในการอนุรักษ์สิ่งที่งดงามของโลกเราให้คงอยู่ยาวนานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ คุณล่ะคิดเห็นอย่างไร? หากเลือกได้หนึ่งอย่าง อยากส่งอะไรไปเก็บไว้บนดวงจันทร์เพื่อฝากให้คนรุ่นหลังหรือมนุษย์ต่างดาวได้ชมกันบ้างครับ?
ที่มา – เจแปนแอร์ไลน์ผุดโปรเจกต์ “ส่งสิ่งของไปดวงจันทร์” หวังอนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมโลก


