เชลซีเปิดเจรจาดึงตัว แดนนี่ เวลเบ็ค เสริมทัพ
เรียกได้ว่าเป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลสิงห์บลูส์ได้ไม่น้อย เมื่อรายงานล่าสุดระบุว่า เชลซีเปิดเจรจาดึงตัว แดนนี่ เวลเบ็ค กองหน้ามากประสบการณ์จากไบรท์ตันเข้ามาเสริมแนวรุกในช่วงซัมเมอร์นี้ โดยการย้ายทีมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการปรับแผนกลยุทธ์การทำทีมภายใต้การคุมทัพของกุนซือใหม่อย่าง ชาบี อลอนโซ่ ที่ต้องการเพิ่มความเก๋าในแดนหน้า
ทำไมเชลซีเปิดเจรจาดึงตัว แดนนี่ เวลเบ็ค เพื่อร่วมทีม?
ในช่วงที่ผ่านมา เชลซีมักถูกวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเน้นเซ็นสัญญากับนักเตะดาวรุ่งเพียงอย่างเดียว ซึ่งเบห์ดัด เอกห์บาลี เจ้าของทีมได้ออกมายอมรับเองว่าทิศทางนี้จำเป็นต้องมีการ “ปรับจูน” บ้าง การที่ เชลซีเปิดเจรจาดึงตัว แดนนี่ เวลเบ็ค เข้ามาร่วมทีมในวัย 35 ปี จึงถือเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญที่เข้ามาเติมเต็มประสบการณ์ให้กับทีม ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้จัดการทีมอย่างชาบี อลอนโซ่ ต้องการเพื่อรักษาสมดุลในสนาม
ศักยภาพของเวลเบ็คในฤดูกาลล่าสุด
หากย้อนดูผลงานของกองหน้ารายนี้ในฤดูกาลที่ผ่านมากับไบรท์ตัน ต้องบอกเลยว่าฟอร์มของเขายังคงร้อนแรง โดยเวลเบ็คสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ดังนี้:
- ลงเล่นไปทั้งหมด 37 นัดในพรีเมียร์ลีก
- ทำสถิติยิงประตูสูงสุดในอาชีพของตนเองที่ 13 ประตู
- สร้างสถิติรวม 51 ประตูจาก 201 นัด นับตั้งแต่ย้ายจากวัตฟอร์ดเมื่อปี 2020
ด้วยสถิติขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมเวที Stamford Bridge ถึงต้องการตัวเขาไปร่วมทีมเพื่อเป็นตัวเลือกในแดนหน้า โดยเฉพาะการเป็นศูนย์หน้าที่มีความเข้าใจในลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นอย่างดี
แม้ว่าสัญญาปัจจุบันของเวลเบ็คกับไบรท์ตันจะเพิ่งมีการขยายเวลาออกไปจนถึงฤดูกาล 2026-27 แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญในการเจรจา หากทั้งสองสโมสรสามารถตกลงเงื่อนไขกันได้ เราอาจได้เห็นภาพนักเตะรายนี้สวมชุดน้ำเงินลงสนามในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน
ในมุมมองของผม การดึงนักเตะที่มีประสบการณ์สูงมาร่วมทัพในราคาสมเหตุสมผลคือการตัดสินใจที่ชาญฉลาดมากของฝ่ายบริหารเชลซี เพราะในทีมที่มีแต่ดาวรุ่ง ความนิ่งและความเก๋าคือสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้ แต่เวลเบ็คมีมันอย่างครบถ้วน แฟนบอลต้องมาลุ้นกันต่อว่าดีลนี้จะปิดตัวลงอย่างไรในท้ายที่สุด
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



