เดนมาร์กโว บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ปกป้องอธิปไตยกรีนแลนด์
เดนมาร์กโว บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ปกป้องอธิปไตยกรีนแลนด์ หลังทั้งสองฝ่ายประกาศข้อตกลงด้านความมั่นคงเหนือเกาะกรีนแลนด์ ซึ่งช่วยคลี่คลายความขัดแย้งทางการทูตที่ดำเนินมานานหลายเดือน ประเด็นนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะกรีนแลนด์มีความสำคัญทั้งในด้านภูมิรัฐศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติ และตำแหน่งที่ตั้งในภูมิภาคอาร์กติก
ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เคยแสดงจุดยืนว่าสหรัฐฯ ต้องการมีบทบาทมากขึ้นในกรีนแลนด์ โดยให้เหตุผลเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศและการเข้าถึงทรัพยากรแร่ธาตุ แม้ก่อนหน้านี้จะมีถ้อยแถลงที่สร้างความกังวลแก่เดนมาร์กและชาวกรีนแลนด์ แต่การเจรจาครั้งใหม่ดูเหมือนจะช่วยเปิดทางให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันได้
เดนมาร์กโว บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ปกป้องอธิปไตยกรีนแลนด์
แม้ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดฉบับเต็มต่อสาธารณะ แต่ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่าสหรัฐฯ จะได้รับสิทธิด้านความมั่นคงในกรีนแลนด์มากขึ้น ขอบเขตความร่วมมืออาจครอบคลุมการเข้าถึงพื้นที่ การตั้งฐานทัพ การบินผ่าน และการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทางทหารเพิ่มเติม โดยประเด็นสำคัญคือการดำเนินการเหล่านี้ต้องอยู่ภายใต้กรอบข้อตกลงและการรับรองอธิปไตยของเดนมาร์กกับสิทธิของชาวกรีนแลนด์
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังระบุว่า ข้อตกลงจะจำกัดบทบาทของประเทศนอกกลุ่มองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ในกรีนแลนด์ โดยเฉพาะประเทศที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งทางยุทธศาสตร์ เช่น จีนและรัสเซีย นอกจากนี้ยังมีแนวทางควบคุมการลงทุนในภาคส่วนที่มีความละเอียดอ่อน รวมถึงการป้องกันไม่ให้ประเทศคู่แข่งส่งกำลังทหารหรือสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของภูมิภาค
สาระสำคัญของข้อตกลงกรีนแลนด์
- ยืนยันอธิปไตย: เดนมาร์กยังคงมีอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนเหนือกรีนแลนด์
- เพิ่มความร่วมมือด้านความมั่นคง: สหรัฐฯ จะมีช่องทางเข้าถึงพื้นที่และพัฒนาความพร้อมทางทหารมากขึ้น
- คุมบทบาทประเทศคู่แข่ง: ข้อตกลงมุ่งป้องกันการตั้งฐานทัพและการลงทุนที่อาจสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคง
- เคารพสิทธิของชาวกรีนแลนด์: ชาวกรีนแลนด์ยังคงมีสิทธิเลือกอนาคตและกำหนดทิศทางการปกครองของตนเอง
นายกรัฐมนตรีเมตเต เฟรเดอริกเซน ของเดนมาร์ก และนายกรัฐมนตรีเยนส์-เฟรเดอริก นีลเซน ของกรีนแลนด์ ต่างแสดงความยินดีกับข้อตกลง โดยมองว่าจะช่วยยกระดับความมั่นคงในแถบอาร์กติก อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายย้ำว่าความร่วมมือด้านความมั่นคงจะต้องไม่หมายถึงการโอนดินแดนหรือการลดทอนสิทธิของประชาชนในกรีนแลนด์
มุมมองจากสื่อเดนมาร์กเห็นว่า ข้อตกลงนี้ถือเป็นความสำเร็จทางการทูตของเดนมาร์ก เพราะสามารถรักษาดินแดนของตนไว้ได้ และไม่จำเป็นต้องส่งมอบกรีนแลนด์ให้แก่สหรัฐฯ ตามข้อเรียกร้องที่เคยถูกนำเสนอมาก่อน ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐฯ ก็สามารถสื่อสารกับประชาชนของตนเองได้ว่า ประเทศได้รับบทบาทด้านความมั่นคงในพื้นที่ยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้น
เหตุใดกรีนแลนด์จึงมีความสำคัญต่อมหาอำนาจ
กรีนแลนด์เป็นเกาะขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือกับมหาสมุทรอาร์กติก ทำเลแห่งนี้มีความสำคัญต่อการเฝ้าระวังเส้นทางทางอากาศและทางทะเล รวมถึงการติดตามความเคลื่อนไหวของประเทศต่าง ๆ ในซีกโลกเหนือ นอกจากนี้ กรีนแลนด์ยังมีทรัพยากรแร่ธาตุที่หลายประเทศให้ความสนใจ โดยเฉพาะแร่ที่อาจนำไปใช้ในอุตสาหกรรมพลังงาน เทคโนโลยี และการผลิตอุปกรณ์ขั้นสูง
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มบทบาททางทหารหรือการลงทุนจากต่างชาติในกรีนแลนด์จำเป็นต้องคำนึงถึงประชาชนในพื้นที่เป็นหลัก ชาวกรีนแลนด์บางส่วนยังแสดงความกังวลและไม่ไว้วางใจเจตนาของสหรัฐฯ โดยเกรงว่าสิทธิในการตัดสินใจอนาคตของตนเองอาจถูกลดความสำคัญ ดังนั้น ความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อตกลงและการมีส่วนร่วมของรัฐบาลกรีนแลนด์จึงเป็นเรื่องที่นานาชาติจับตามอง
ข้อตกลงฉบับใหม่นี้ยังต้องผ่านขั้นตอนการลงนามอย่างเป็นทางการในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ และต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐสภาของทุกฝ่ายก่อนมีผลบังคับใช้ จึงยังไม่สามารถสรุปได้ทันทีว่าขอบเขตอำนาจของสหรัฐฯ จะเปลี่ยนแปลงจากข้อตกลงเดิมเมื่อปี 1951 มากน้อยเพียงใด เพราะข้อตกลงเดิมก็เปิดทางให้สหรัฐฯ วางกำลังทหารในกรีนแลนด์ได้อยู่แล้ว
สิ่งที่สังคมควรติดตามต่อไปคือรายละเอียดของเอกสารฉบับเต็ม กลไกตรวจสอบการใช้พื้นที่ทางทหาร และหลักประกันว่าชาวกรีนแลนด์จะมีสิทธิร่วมกำหนดอนาคตของตนเองอย่างแท้จริง เดนมาร์กโว บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ปกป้องอธิปไตยกรีนแลนด์ จึงไม่ใช่เพียงข่าวความมั่นคงระหว่างสองประเทศ แต่ยังเป็นบททดสอบสำคัญของการรักษาสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของมหาอำนาจ อธิปไตยของรัฐ และเสียงของประชาชนในพื้นที่
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเมื่อมีการเปิดเผยข้อตกลงอย่างเป็นทางการ เพื่อทำความเข้าใจว่าความร่วมมือครั้งนี้จะส่งผลต่อกรีนแลนด์ เดนมาร์ก และภูมิรัฐศาสตร์อาร์กติกในระยะยาวอย่างไร
ที่มา – เดนมาร์กโว บรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ปกป้องอธิปไตยกรีนแลนด์

