“เท้ง ณัฐพงษ์” ไม่หวั่นผลโพล ภูมิใจไทยแซงหน้าพรรคประชาชน ปมแก้เศรษฐกิจระยะสั้น ชี้ว่ารอถกแก้รัฐธรรมนูญใช้ร่างพรรคไหนเป็นหลัก และต้องอาศัยทุกฝ่าย ไม่ใช่จุดตัดฝ่ายค้าน-รัฐบาล
วันที่ 13 ตุลาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจพบว่าคะแนนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แซงหน้าพรรคประชาชน โดยประชาชนมองว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ว่า ตนได้ดูผลโพลที่ออกมาแล้ว ก็ไม่ได้คิดว่าผลโพลตรงนี้น่าเป็นห่วงอะไร เป็นข้อคิดเห็นของประชาชน และเห็นตรงกันว่าประชาชนโดยส่วนใหญ่ก็มองเห็นว่ามาตรการต่างๆ ของรัฐบาลในช่วงนี้เป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้นจริง
ส่วนปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศในตอนนี้เราอาจจะใช้การแก้ปัญหาระยะสั้นอย่างเดียวไม่พอ แต่จำเป็นจะต้องใช้การลงทุนที่ถูกจุดในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง และแก้ปัญหาระยะยาวมากกว่านี้เช่นเดียวกัน ซึ่งแต่ละพรรครวมถึงคนที่เป็นรัฐบาลเขาก็มีสิทธิ์จะทำนโยบายต่างๆ ในมุมหนึ่งก็อาจจะเป็นนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชนจริง แต่ในอีกมุมหนึ่งตนก็เชื่อว่าสังคมและประชาชนก็รู้เท่าทัน เฝ้ามองอยู่ว่าการดำเนินนโยบายบางอย่างของรัฐบาลในช่วงนี้มีวัตถุประสงค์พุ่งเป้าไปเพื่อการหาเสียงคะแนนนิยมอย่างเดียวเท่านั้น หรือว่าจริงๆ แล้วต้องการแก้ไขปัญหาของประเทศในระยะยาว
นายณัฐพงษ์ เผยต่อไปว่า ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าถ้ามีการรณรงค์หาเสียง มีการนำเสนอนโยบาย หรือถึงวันที่ประชาชนได้ไปใช้อำนาจของพวกเขาผ่านคูหาเลือกตั้ง ทุกคนก็จะไม่ได้มุ่งหวังแต่การแก้หรือกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่านโยบายแจกเงินที่ผ่านมาอย่างดิจิทัลวอลเล็ต เราก็เห็นว่ามันก็ไม่ได้ช่วยในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้จริง ดังนั้นเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนคนไทยจะเลือกรัฐบาลที่เขาเชื่อมั่นว่าแก้ปัญหาได้ทั้งระยะสั้นและแก้ปัญหาประเทศในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น
ขณะที่ประเด็นการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เรื่องของรูปแบบที่มาหรือสูตรของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทิศทางตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือรับทุกร่าง เพียงแต่ว่าจะใช้ร่างใครเป็นร่างหลักที่เวลานี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเท่าใด
เมื่อถามต่อไปว่าพรรคภูมิใจไทยจะใช้ร่างของพรรคเขาเป็นร่างหลัก พรรคประชาชนยอมรับได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แต่ละพรรคก็น่าจะต้องชูร่างของตัวเองเป็นร่างหลักอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญกว่าคือเราต้องมีผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ซึ่งคงต้องมีการให้เหตุผล มีการพูดคุยกับฝ่ายกลไกของวิปในช่วง 2 วันนี้ว่าจะเอาอย่างไร แต่สุดท้าย แต่ละส่วนเขาก็คงมีสิทธิ์ที่จะเสนอร่างของตัวเองเป็นร่างหลักและให้ลงมติกันไปตามนั้น
ทางด้านถามว่าฝั่งพรรคเพื่อไทย (พท.) แสดงความกังวลว่าพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยอาจจะรวมกันแล้วผลักร่างพรรคเพื่อไทยออกนั้น นายณัฐพงษ์ คิดว่าไม่น่าจะมีข้อห่วงใยอะไรในตรงนั้น เพราะตอนนี้เอาเฉพาะในส่วนของพรรคประชาชนเองเท่าที่มีการพูดคุยหารือก็เห็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมที่พรรคอื่นๆ หรือแม้แต่ สว.บางส่วน ก็มีการสะท้อนความเห็นออกมาแล้วว่าควรจะต้องรับไปทุกร่างของทุกคน เพื่อที่จะได้ไปพูดคุยในรายละเอียดและข้อแตกต่างในวาระ 2 และ 3 เพียงแต่ที่อาจจะยังเห็นไม่ค่อยตรงกันก็คือในเรื่องที่ว่าจะใช้ร่างของใครเป็นร่างหลัก
หากเสียงของรัฐบาลเพิ่มขึ้นจาก 146 เสียงเดิม จะส่อขัดต่อ MOA ที่ทำไว้หรือไม่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยระบุจะไปห้ามคนที่มาโหวตให้ไม่ได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเสียงของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรนั้นก็อาจจะต้องดูเป็นวาระหรือดูเป็นเรื่องๆ ไป อย่างเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อันนั้นเป็นการแบ่งได้ชัดที่สุดว่าใครเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลกันแน่
“แต่เรื่องของรัฐธรรมนูญบางทีมันก็อาจจะไม่ได้เป็นประเด็นวาระที่อาจจะใช้ในการแบ่งระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลขนาดนั้น เพราะเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยเสียงของทุกภาคส่วนในการผลักดัน ถ้าเราดูในเรื่องเงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งในวาระ 1 และ วาระ 3 นอกจากจะใช้เสียงของ สว. 1 ใน 3 แล้ว ก็อาจจะต้องอาศัยเสียงของฝ่ายค้านด้วย จึงทำให้วาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่ได้เป็นวาระที่ใช้เป็นจุดตัดว่าใครเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะต้องอาศัยเสียงของทุกคนจึงจะสามารถเดินหน้าแก้ไขได้”
“เท้ง” ไม่หวั่นผลโพลภูมิใจไทยแซงพรรคประชาชน รอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก
จากกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน พบว่า พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนิยมแซงหน้าพรรคประชาชน หัวหน้าพรรคประชาชนอย่างนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แสดงความเห็นว่าไม่ได้รู้สึกกังวลกับผลโพลดังกล่าว พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น
นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงประเด็นการรอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก ว่าเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือ สว. เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง
ความสำคัญของการรอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก
การรอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก เป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง
การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความอดทน ความเข้าใจ และความเสียสละจากทุกฝ่าย เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศและสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชนทุกคน
ดังนั้น การรอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย
ที่มา – “เท้ง” ไม่หวั่นผลโพลภูมิใจไทยแซงพรรคประชาชน รอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก


