'เท้ง' รับเคยทาบทาม 'สุรพล' ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ขอไม่ขยายความเพิ่มปมนั่งประธานยุทธศาสตร์

“เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยเมื่อ “เท้ง” ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาเปิดเผยถึงเบื้องลึกเบื้องหลังกรณีการเชิญ นายสุรพล นิติไกรพจน์ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้ามารับตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์ผู้ว่าฯ กทม. ของพรรค โดยยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามของพรรคมาก่อนจริง ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุนที่ตั้งคำถามถึงจุดยืนทางการเมืองของนายสุรพลในอดีต

“เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ท่ามกลางกระแสวิจารณ์

เหตุการณ์นี้นำไปสู่การตั้งคำถามจากนักวิชาการและแนวร่วมกลุ่มประชาธิปไตยว่า การดึงตัวบุคลากรที่มีประวัติความเห็นต่างในทางการเมืองมาร่วมงานนั้น เป็นการผลักมวลชนของพรรคออกไปหรือไม่ อย่างไรก็ตาม หัวหน้าพรรคประชาชนยืนยันว่า การเข้ามารับบทบาทประธานยุทธศาสตร์ กทม. นั้น เป็นเรื่องของการใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการเมือง ไม่ได้เกี่ยวกับการตัดสินใจเชิงนโยบายระดับพรรคที่ขัดกับอุดมการณ์หลัก ซึ่งสำหรับผู้ที่สนใจการเมืองท้องถิ่นประเด็นนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ

เปิดมุมมองพรรคต่อประเด็น “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.

ณัฐพงษ์มองว่าโจทย์สำคัญของการเมืองไทยในปัจจุบันคือการเอาชนะระบอบการเมืองผูกขาดที่รวบรวมอำนาจไว้ในมือคนเพียงกลุ่มเดียว เขาเน้นย้ำถึงเหตุผลในการเปิดกว้างเพื่อขยายแนวร่วม ดังนี้:

  • เป้าหมายหลักคือการแก้ไขรัฐธรรมนูญและปฏิรูปโครงสร้างประเทศ
  • การทำงานต้องเน้นความเป็นมืออาชีพและผู้ที่มีความเข้าใจปัญหา กทม. อย่างลึกซึ้ง
  • การเปิดรับผู้ที่มีความเห็นต่างในอดีต ไม่ได้หมายถึงการเสียตัวตนหรือจุดยืนเรื่องประชาธิปไตยของพรรค

อย่างไรก็ตาม กระแสตีกลับที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะจากบุคคลอย่าง นายปิยบุตร แสงกนกกุล หรือนักวิชาการอย่าง นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ ก็เป็นสิ่งที่พรรคประชาชนพร้อมจะรับฟัง นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังยืนยันว่าถึงแม้จะมีกระแสกดดันเพียงใด แต่ทางพรรคก็ยังคงเดินหน้าตรวจสอบกรณีทุจริตต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดินเขากระโดง หรือปัญหาการคอร์รัปชันในระดับโครงสร้าง

ในมุมมองของผู้ติดตามสถานการณ์ ถือว่าเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่าพรรคประชาชนจะสามารถรักษาฐานเสียงเดิมไปพร้อมกับการขยายพันธมิตรใหม่ท่ามกลางทัศนคติที่แตกต่างกันได้อย่างไร หากพรรคสามารถพิสูจน์ให้เห็นจากการปฏิบัติงานจริงว่าบุคลากรที่นำเข้ามานั้นสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับกรุงเทพฯ ได้จริง เสียงวิจารณ์อาจเปลี่ยนเป็นความเข้าใจได้ในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ความเชื่อมั่นมวลชนคือสิ่งเดียวที่พรรคต้องประคองไว้อย่างระมัดระวังที่สุด

ที่มา – “เท้ง” รับเคยทาบทาม “สุรพล” ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ขอไม่ขยายความเพิ่มปมนั่งประธานยุทธศาสตร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: