เนทันยาฮูรับปาก จะไม่โจมตีแหล่งพลังงานอิหร่านแล้ว หลังทรัมป์ขอ เป็นข่าวใหญ่ที่สะเทือนวงการการเมืองและพลังงานโลก เมื่อเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่าจะหยุดการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่าน ตามคำร้องขอจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ สถานการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่รุนแรงในตะวันออกกลาง
เนทันยาฮูรับปาก จะไม่โจมตีแหล่งพลังงานอิหร่านแล้ว หลังทรัมป์ขอ
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 เนทันยาฮูออกแถลงการณ์ว่า อิสราเอลได้ลงมือโจมตีสถานีแปรรูปที่เชื่อมโยงกับแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส (South Pars) ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติใหญ่ที่สุดในโลกของอิหร่าน โดยปฏิบัติการนี้เกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม เนทันยาฮูย้ำชัดเจนว่า จะไม่มีการโจมตีเพิ่มเติม เนื่องจากทรัมป์ได้ขอร้องให้ชะลอไว้
“ประธานาธิบดีทรัมป์ขอให้เราชะลอการโจมตีในอนาคต และเรากำลังทำตามนั้น” เนทันยาฮูกล่าวในการแถลงข่าวคืนวันพฤหัสบดี ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยพูดระหว่างการประชุมกับนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ทาคาอิจิ ซานาเอะ ว่า ได้สั่งการให้เนทันยาฮูหยุดโจมตีโรงงานน้ำมันและก๊าซของอิหร่านแล้ว “ผมบอกเขาว่า อย่าทำแบบนั้น และเขาจะไม่ทำ” ทรัมป์ยืนยัน
ผลกระทบจากการโจมตีล่าสุดและการตัดสินใจของเนทันยาฮู
การโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส ถือเป็นการยกระดับสงครามครั้งใหญ่ เพราะทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลต่างหลีกเลี่ยงการโจมตีแหล่งพลังงานโดยตรงมานาน เพื่อป้องกันผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก แต่หลังจากนั้น อิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีแหล่งพลังงานในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น นิคมราส ลัฟฟาน (Ras Laffan) ของกาตาร์ ซึ่งเสียหายหนัก ส่งผลให้ราคาพลังงานพุ่งสูง นักวิเคราะห์เตือนว่าอาจเกิดภาวะขาดแคลนก๊าซทั่วโลกยาวนาน
- อิสราเอลโจมตีสถานีแปรรูปเซาท์พาร์สเพียงลำพัง
- ทรัมป์แทรกแซงเพื่อป้องกันวิกฤตพลังงาน
- อิหร่านตอบโต้แหล่งพลังงานกาตาร์ สะเทือนตลาดโลก
- ราคาก๊าซและน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นทันที
แม้เนทันยาฮูรับปาก จะไม่โจมตีแหล่งพลังงานอิหร่านแล้ว หลังทรัมป์ขอ แต่สถานการณ์ยังคงตึงเครียด อิสราเอลยังดำเนินปฏิบัติการต่อเป้าหมายอื่นๆ ที่เชื่อมโยงกับอิหร่าน สงครามนี้อาจขยายตัว ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลกอย่างรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันอาจพุ่งแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากความขัดแย้งลุกลาม
นอกจากนี้ การตัดสินใจของทรัมป์สะท้อนถึงนโยบาย “อเมริกาพรีเมียร์” ที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพพลังงานโลก เพื่อปกป้องเศรษฐกิจสหรัฐฯ และพันธมิตร ในมุมมองของนักวิเคราะห์ การที่เนทันยาฮูยอมตามคำขอนี้ ช่วยลดความเสี่ยงการขาดแคลนพลังงานระยะสั้น แต่ปัญหาความมั่นคงในตะวันออกกลางยังคงเป็นห่วง
สำหรับนักลงทุน ควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพราะความผันผวนของราคาพลังงานอาจส่งผลต่อหุ้นกลุ่มพลังงานและเงินเฟ้อทั่วโลก การเจรจาทวิภาคีระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน อาจเป็นกุญแจสำคัญในการคลี่คลายวิกฤต
ในความเห็นของผู้เขียน การรับปากของเนทันยาฮูครั้งนี้เป็นสัญญาณบวกที่ช่วยลดความเสี่ยงสงครามใหญ่ หากทุกฝ่ายยึดมั่น จะนำไปสู่เสถียรภาพตลาดพลังงานได้ ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด!
ที่มา – เนทันยาฮูรับปาก จะไม่โจมตีแหล่งพลังงานอิหร่านแล้ว หลังทรัมป์ขอ


