เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน ตามข้อตกลงกับสหรัฐฯ เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน หลังทั้งสองประเทศเริ่มหันหน้าคุยกันมากขึ้น นับตั้งแต่นายทรัมป์กลับมาเป็นประธานาธิบดี
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 11 ก.ย. 2568 ประเทศเบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน ซึ่งรวมถึงผู้นำสหภาพแรงงาน, นักข่าว, นักเคลื่อนไหว และลูกจ้างสหภาพยุโรป ตามข้อตกลงที่ประธานาธิบดี อเล็กซานเดอร์ ลูคาเชนโก ทำไว้กับนายโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ
เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน สหรัฐฯ ระบุว่า พวกเขาจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนที่พวกเขาบังคับใช้กับสายการบิน “เบลาเวีย” (Belavia) ของเบลารุส โดยจะอนุญาตให้สายการบินนี้สามารถให้บริการ และซื้อชิ้นส่วนเครื่องบินจากสหรัฐฯ ไปใช้งานได้
อย่างไรก็ตาม ชาติยุโรปจับตาดูการปล่อยตัวครั้งนี้ด้วยความกังขา เนื่องจากยังมีนักโทษการเมืองมากกว่า 1,000 คนที่ยังถูกคุมขังอยู่ในคุก
ทั้งนี้ สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ มีปฏิสัมพันธ์กับเบลารุสมากขึ้นเรื่อยๆ โดยส่งคณะผู้แทนไปเยือนกรุงมินสก์หลายครั้งในช่วงปีที่ผ่านมา สวนทางกับยุคของนายโจ ไบเดน ที่พยายามโดดเดี่ยวเบลารุส เนื่องจากยอมเป็นฐานให้รัสเซียใช้ส่งเครื่องบินไปโจมตียูเครน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่ เบลารุสกับพันธมิตรใกล้ชิดอย่างรัสเซีย กำลังจะจัดการซ้อมรบร่วม “Zapad-2025” ขนาดใหญ่ จนโปแลนด์ซึ่งเป็นประเทศเพื่อนบ้าน ต้องสั่งปิดพรมแดนที่เชื่อมต่อกับเบลารุส
อนึ่ง นี่นับเป็นการปล่อยตัวนักโทษการเมืองในคราวเดียวครั้งใหญ่ที่สุดตลอดการปกครอง 31 ปีของนายลูคาเชนโก โดยประธานาธิบดีเบลารุสกำลังพยายามหาทางซ่อมแซมความสัมพันธ์ระหว่างเบลารุสกับสหรัฐฯ หลังจากถูกทั้งสหรัฐฯ และยุโรปคว่ำบาตรและโดดเดี่ยวมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา
นายลูคาเชนโก ที่ตอนนี้มีอายุ 71 ปีแล้ว เผยว่า การเบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คนดังกล่าวเป็นการทำเพื่อมนุษยธรรม หลังจากได้พูดคุยกับนาย จอห์น โคล ทูตพิเศษของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่กรุงมินสก์ ในวันพฤหัสบดี โดยทั้งสองหารือกันหลายเรื่องเช่น จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการค้าได้อย่างไร และการเปิดสถานทูตสหรัฐฯ ในกรุงมินสก์อีกครั้ง
เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน
การที่เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คนในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการปรับความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรเพียงเล็กน้อย อาจยังไม่เพียงพอต่อการเปลี่ยนแปลงสถานการณ์โดยรวมในประเทศ เนื่องจากยังมีนักโทษการเมืองอีกจำนวนมากที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ และสถานการณ์ทางการเมืองภายในประเทศยังคงมีความตึงเครียดอยู่พอสมควร
ทำไมเบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คนตอนนี้?
คำถามสำคัญคือ ทำไมประธานาธิบดีลูกาเชนโกถึงตัดสินใจปล่อยตัวนักโทษการเมืองในเวลานี้? การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองภายในประเทศ หรือแรงกดดันจากภายนอก อาจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการตัดสินใจดังกล่าว การที่สหรัฐฯ แสดงท่าทีผ่อนปรนมากขึ้นภายใต้การบริหารของอดีตปปธ.ทรัมป์ อาจเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เบลารุสต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์
การปล่อยตัวนักโทษการเมืองครั้งนี้ ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่ยังคงต้องติดตามดูต่อไปว่าเบลารุสจะดำเนินการอย่างไรต่อไปในการปรับปรุงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยในประเทศ การเจรจาและความร่วมมือระหว่างเบลารุสและชาติตะวันตกยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประชาชนเบลารุส
จับตาดูสถานการณ์ต่อไป และติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมถึงประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและความเป็นประชาธิปไตยอย่างใกล้ชิดนะคะ
ท้ายที่สุดนี้ การที่เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คนเพื่อแลกกับการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตร ถือเป็นการเดินหมากที่น่าสนใจ หวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นสำหรับเบลารุสในอนาคตนะคะ
ที่มา – เบลารุสปล่อยตัวนักโทษการเมือง 52 คน แลกสหรัฐฯ ผ่อนคลายคว่ำบาตร


