ในช่วงที่ราคาทองคำผันผวนสูง สถานการณ์ความปลอดภัยร้านทองกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยล่าสุด เผยกว่า 100 ร้านทอง กทม. เมินร่วมมือมาตรการป้องกันเหตุ ตำรวจจ่อร้อง “กรมประกันภัย” ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเร่งหามาตรการเข้มงวดมากขึ้น เพื่อปกป้องทั้งผู้ประกอบการและประชาชน
เผยกว่า 100 ร้านทอง กทม. เมินร่วมมือมาตรการป้องกันเหตุ ตำรวจจ่อร้อง “กรมประกันภัย”
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ บิ๊กหวาน ได้เปิดเผยหลังประชุมที่สน.พระโขนง เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าตำรวจกำลังเร่งวางมาตรการป้องกันเหตุชิงทองทั่วประเทศ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่มีร้านทองกว่า 1,000 ร้าน ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีกว่า 100 ร้านที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่สีแดง แต่ยังไม่ให้ความร่วมมือกับข้อตกลงที่ตำรวจกำหนด
มาตรการที่ตำรวจเรียกร้องให้ผู้ประกอบการปฏิบัติ เช่น การติดตั้งลูกกรงเหล็ก การฝึกอบรมพนักงานรักษาความปลอดภัยให้มีทักษะป้องกันเหตุทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ รวมถึงการปรับปรุงระบบความปลอดภัยภายในร้านและห้างสรรพสินค้า หากร้านทองเหล่านี้ยังเมินเฉย ตำรวจเตรียมหารือกับกรมประกันภัย เพื่อให้ไม่ต้องรับผิดชอบค่าเคลมกรณีเกิดเหตุปล้นทอง และอาจปรับเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้นสำหรับร้านที่ไม่ปฏิบัติตาม
พฤติกรรมคนร้ายและความคืบหน้าคดีชิงทอง
สำหรับคดีชิงทองล่าสุด ฝ่ายสืบสวนกำลังทำงานอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดตรวจยึดรถจักรยานยนต์ที่คนร้ายใช้หลบหนีได้แล้วที่คลองประเวศบุรีรมย์ พร้อมพิสูจน์หลักฐานตะขอทองที่ตกอยู่ พบว่าคนร้ายมีการวางแผนมาอย่างดี โดยลาดเลาก่อนหน้าและพรางตัวปิดบังใบหน้ามิดชิด ตำรวจยืนยันว่าจะจับกุมให้ได้ภายใน 1-2 สัปดาห์
- ตำรวจสั่งการทั่วประเทศ เพิ่มการลาดตระเวนร้านทอง
- กำชับกองบัญชาการตำรวจนครบาล จัดแผนเผชิญเหตุครบวงจร
- ขอความร่วมมือห้างสรรพสินค้าและผู้ประกอบการร้านทอง
- หากเกิดเหตุต้องจับคนร้ายได้ทันที
สถานการณ์ราคาทองที่ขึ้นลงบ่อยครั้ง ทำให้ร้านทองกลายเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพ ตำรวจจึงเน้นย้ำมาตรการป้องกันทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่กทม. ที่มีร้านทองหนาแน่น สิ่งนี้ไม่เพียงกระทบเศรษฐกิจ แต่ยังส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและนักท่องเที่ยวด้วย
ผลกระทบและแนวทางแก้ไขสำหรับผู้ประกอบการ
ผู้ประกอบการร้านทองที่ไม่ให้ความร่วมมือกว่า 100 ร้านในกทม. อาจต้องเผชิญเบี้ยประกันภัยแพงขึ้น หรือแย่กว่านั้นคือกรมประกันภัยปฏิเสธรับผิดชอบหากเกิดเหตุชิงทอง นอกจากนี้ ตำรวจยังวางแผนประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจน เช่น การใช้กล้องวงจรปิดคุณภาพสูง ระบบกันกระสุน และการฝึกซ้อมหนีภัย
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานที่ร้านทองถือเป็นจุดอ่อนไหวที่ต้องได้รับการดูแลอย่างจริงจัง หากทุกฝ่ายร่วมมือกัน จะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สุดท้ายนี้ ความปลอดภัยคือสิ่งสำคัญที่สุด หากคุณเป็นเจ้าของร้านทองหรือสนใจเรื่องนี้ ควรติดตามมาตรการจากตำรวจและปรับปรุงร้านค้าของตัวเองโดยด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้กลายเป็นเหยื่อรายต่อไป แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยหรือติดต่อตำรวจท้องที่เพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
ที่มา – เผยกว่า 100 ร้านทอง กทม. เมินร่วมมือมาตรการป้องกันเหตุ ตำรวจจ่อร้อง “กรมประกันภัย”


