สวัสดีครับทุกท่าน ในยุคที่โรคอุบัติใหม่โผล่มาบ่อยๆ เราต้องคอยอัปเดตข้อมูลกันตลอดเวลา วันนี้มาพูดถึงประเด็นร้อน “ไวรัสฮันตา” ที่กำลังเป็นข่าวใหญ่ทั่วโลก โดยเฉพาะหลังจาก WHO รายงานพบผู้ติดเชื้อบนเรือสำราญในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ รัฐบาลไทยโดยกระทรวงสาธารณสุขกำลังเฝ้าระวังไวรัสฮันตาอย่างใกล้ชิด ย้ำชัดว่าไทยยังไม่พบการระบาด และเพิ่มมาตรการคัดกรองแบบเข้มข้นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน
ไวรัสฮันตา
ไวรัสฮันตา หรือ Hantavirus เป็นไวรัสที่ติดต่อจากสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูนา หนูบ้าน หรือหนูป่า ซึ่งเป็นพาหะหลัก การติดเชื้อเกิดจากการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนด้วยปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของหนู ในพื้นที่อับชื้นหรือที่เก็บของเก่าๆ ที่หนูชอบซุกซ่อน ข่าวดีคือ การติดต่อจากคนสู่คนนั้นหายากมาก และเกิดเฉพาะบางสายพันธุ์เท่านั้น ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนหรือยาต้านไวรัสเฉพาะเจาะจง การรักษาจึงเน้นบรรเทาอาการและสนับสนุนระบบทางเดินหายใจ
อาการเริ่มต้นของไวรัสฮันตา
อาการแรกๆ ของไวรัสฮันตามักคล้ายไข้หวัดใหญ่ เช่น ไข้สูง ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย แต่หลังจากนั้น 2-8 วัน อาจพัฒนาเป็นอาการรุนแรงเกี่ยวกับปอด เช่น หายใจลำบาก ไอ มีของเหลวในปอด ซึ่งเป็นภาวะฉุกเฉินที่ต้องรักษาในโรงพยาบาลทันที หากสงสัยว่าตัวเองสัมผัสหนูในพื้นที่เสี่ยง ควรรีบพบแพทย์และแจ้งประวัติการสัมผัส
สถานการณ์ไวรัสฮันตาในประเทศไทย
จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่ารัฐบาลติดตามสถานการณ์ไวรัสฮันตาอย่างใกล้ชิด ไทยยังไม่พบผู้ป่วยเลยสักราย ความเสี่ยงต่อประชาชนทั่วไปอยู่ในระดับต่ำ แต่ไม่ประมาท โดยกรมควบคุมโรคได้เพิ่มการเฝ้าระวังที่ด่านหน้า เช่น สนามบิน ท่าเรือ ประสานงานกับสายการบินและหน่วยงานต่างประเทศ นอกจากนี้ ยังแจ้งเตือนโรงพยาบาลทั่วประเทศให้คัดกรองผู้มีประวัติสัมผัสสัตว์ฟันแทะ
ที่ประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเห็นชอบให้ศึกษาการกำหนดไวรัสฮันตาเป็นโรคติดต่ออันตรายตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 เพื่อเตรียมระบบเฝ้าระวังและตอบโต้ให้พร้อมยิ่งขึ้น รัฐบาลมุ่งสร้างความมั่นใจให้ประชาชนด้วยการสื่อสารโปร่งใสและมาตรการที่ชัดเจน
วิธีป้องกันไวรัสฮันตาในชีวิตประจำวัน
ถึงแม้ความเสี่ยงในไทยจะต่ำ แต่เราสามารถป้องกันได้ด้วยตัวเอง รัฐบาลขอความร่วมมือจากประชาชนดังนี้
- หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่อับชื้น เช่น โรงนา โกดังเก่า ที่อาจมีหนูอาศัย
- หากต้องทำความสะอาด อย่ากวาดหรือดูดฝุ่นเพราะจะทำให้ฝุ่นฟุ้ง ควรฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อหรือน้ำยาฟอกขาวก่อน แล้วเช็ดด้วยผ้าชุบน้ำ
- ปิดช่องโหว่บ้านเรือนเพื่อไม่ให้หนูเข้ามา รักษาความสะอาด ไม่ทิ้งเศษอาหารล่อหนู
- ล้างมือบ่อยๆ หลังสัมผัสสิ่งที่อาจปนเปื้อน
- กำจัดหนูอย่างถูกวิธี โดยใช้กับดักหรือยาพิษที่ปลอดภัย
เคล็ดลับเพิ่มเติม: ในฤดูฝนที่หนูออกหากินเยอะ ควรตรวจสอบบ้านบ่อยๆ และใช้ตาข่ายป้องกันทางเข้า
มาตรการของรัฐบาลต่อไวรัสฮันตา
นอกจากเฝ้าระวัง รัฐบาลยังประเมินความเสี่ยงต่อเนื่อง จัดทำแนวทางตอบโต้ และสื่อสารข้อมูลที่ถูกต้องเพื่อป้องกันข่าวลือ สิ่งนี้ช่วยลดความตื่นตระหนกและส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการป้องกัน
สรุปแล้ว แม้ไวรัสฮันตาจะน่ากลัว แต่ด้วยการเฝ้าระวังของรัฐและความระมัดระวังของเราเอง ไทยยังคงปลอดภัย การเตรียมพร้อมล่วงหน้าคือกุญแจสำคัญในการรับมือโรคอุบัติใหม่ อย่าลืมแบ่งปันข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ และครอบครัว เพื่อให้ทุกคนตระหนักรู้ หากมีอาการผิดปกติหลังสัมผัสหนู รีบพบแพทย์ทันทีครับ!
ติดตามข่าวสุขภาพและเคล็ดลับป้องกันโรคเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ ถ้าคุณคิดว่ามีประโยชน์นะครับ
ที่มา – เฝ้าระวัง “ไวรัสฮันตา” ใกล้ชิด รัฐบาลย้ำไทยยังไม่พบการระบาด เข้มคัดกรอง

