จากดราม่าฮอตฮิตในโซเชียลมีเดียเรื่อง “กันจอมพลัง” ที่เสนอไอเดียสุดแหวกแนว นำเจ็ตสกีระดับแชมป์โลกไปช่วยค้นหา 3 ลูกเรือที่สูญหายจากเรือสินค้า “มยุรีนารี” ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก เพจดังยกเคสตัวอย่าง เจ็ตสกีถูกยิง เพราะตีความว่าเป็นภัยคุกคาม กลายเป็นประเด็นที่ทุกคนพูดถึง โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงอย่างช่องแคบฮอร์มุซ ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดทางการเมืองและการลาดตระเวนทางทหาร
เพจดังยกเคสตัวอย่าง เจ็ตสกีถูกยิง เพราะตีความว่าเป็นภัยคุกคาม
เหตุการณ์เรือมยุรีนารีถูกโจมตีเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2569 บริเวณใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้ลูกเรือเสียชีวิตและสูญหาย ครอบครัวผู้สูญหายจึงขอความช่วยเหลือจาก “กัน จอมพลัง” ซึ่งเขาเสนอใช้เจ็ตสกีเพราะขนาดเล็กและเร็ว คิดว่าจะรอดพ้นจากการถูกโจมตี แต่เพจ Drama-addict โดย นพ.วิทวัส ศิริประชัย หรือ “จ่าพิชิต ขจัดพาลชน” ได้โพสต์เตือนภัย โดยยกเคสจริงที่เกิดขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นความเสี่ยง
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก มีกองทัพเรืออิหร่าน โดยเฉพาะ IRGC (กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม) ลาดตระเวนอย่างเข้มงวด ร่วมกับกองกำลังนานาชาติอย่างสหรัฐฯ เจ็ตสกีที่เคลื่อนที่เร็วและขนาดเล็ก มักถูกมองว่าเป็น “เรือจู่โจมพลีชีพ” หรือ “ภัยคุกคาม” ทหารอาจยิงสกัดทันทีโดยไม่เตือน
เคสตัวอย่างเจ็ตสกีถูกยิงจากนักท่องเที่ยวที่หลงทาง
หนึ่งในเคสที่เพจดังยกเคสตัวอย่าง เจ็ตสกีถูกยิง คือกรณีปี 2023 กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวฝรั่งเศสและโมร็อกโก ขับเจ็ตสกีจากรีสอร์ตในโมร็อกโก แต่หลงทาง น้ำมันหมด ลอยข้ามเขตแดนเข้าแอลจีเรีย พื้นที่ที่หน่วยยามฝั่งแอลจีเรียเฝ้าระวังการลักลอบขนยาเสพติด
- หน่วยยามฝั่งแอลจีเรียยิงเจ็ตสกีทันที
- นักท่องเที่ยวเสียชีวิต 2 ราย (ไม่ได้พกอาวุธ)
- อีก 1 รายถูกจับกุม
- ทางการแอลจีเรียอ้างยิงเตือนแล้ว แต่เจ็ตสกีพยายามหลบหนี
เคสนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ไม่ใช่พื้นที่สงคราม เจ็ตสกีก็ถูกตีความเป็นภัยได้ง่าย หากอยู่ในโซนเสี่ยง
การใช้เจ็ตสกีในสงครามคาบสมุทรไครเมีย
อีกเคสที่เพจ Drama-addict นำมาเตือน คือการใช้เจ็ตสกีในความขัดแย้งยูเครน-รัสเซียที่ไครเมีย ทั้งสองฝ่ายนำเจ็ตสกีมาใช้โจมตีเรือรบและฐานทัพ ทำให้ภาพลักษณ์เจ็ตสกีกลายเป็นอาวุธเคลื่อนที่เร็ว ในช่องแคบฮอร์มุซที่ตึงเครียดยิ่งกว่า ทหารอิหร่านน่าจะยิงทันทีหากเห็นเจ็ตสกีแล่นเข้าไป
นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังมีประวัติการปะทะบ่อยครั้ง เช่น การยึดเรือน้ำมัน จนกองทัพสหรัฐต้องส่งเรือบรรทุกเครื่องบินมาประจำการ พื้นที่นี้ขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ทำให้ทุกยานพาหนะถูกจับตา เจ็ตสกีที่ไม่มีป้ายทะเบียนหรือสัญญาณประจำตัว ยิ่งเสี่ยงถูกยิง
ไอเดียของกันจอมพลังแม้ตั้งใจดี แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่างจ่าพิชิตเตือนว่า ควรปล่อยให้หน่วยกู้ภัยมืออาชีพอย่างกองทัพเรือหรือนานาชาติจัดการดีกว่า การบุกเข้าไปด้วยเจ็ตสกีอาจทำให้เกิดเหตุร้ายเพิ่ม และกลายเป็นข่าวใหญ่
สรุปแล้ว เพจดังยกเคสตัวอย่าง เจ็ตสกีถูกยิง เพราะตีความว่าเป็นภัยคุกคาม เป็นการเตือนสติที่ทันเวลา ในยุคที่โซเชียลมีเดียทำให้ไอเดียแหวกแนวแพร่กระจายเร็ว แต่ต้องคิดถึงความเป็นจริงและความปลอดภัยด้วย
คุณคิดอย่างไรกับดราม่านี้? ไอเดียเจ็ตสกีช่วยค้นลูกเรือเสี่ยงเกินไปหรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะ!
ที่มา – เพจดังยกเคสตัวอย่าง เจ็ตสกีถูกยิง เพราะตีความว่าเป็นภัยคุกคาม


