วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ “เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้ ซึ่งเป็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสเดือดดาล กรณีที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีต ส.ว. และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยว่าคุณสมบัติของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (รมว.เกษตรฯ) ต้องพ้นจากตำแหน่งหรือไม่ จากปมสั่งย้ายนายราเชน ศิลปะรายะ อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร
“เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2567 (หรือ 2569 ตามเอกสาร แต่เชื่อว่าน่าจะเป็น 2567) นายเรืองไกรได้ส่งคำร้องทางไปรษณีย์ไปยังกกต. โดยอ้างว่าการกระทำของนายสุริยะในการโยกย้ายนายราเชน เป็นการขาดความซื่อสัตย์สุจริตที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (4)(5) ซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามสำหรับรัฐมนตรี
ปมสั่งย้ายอธิบดีกรมฝนหลวงที่จุดชนวนดราม่า
ทุกอย่างเริ่มจากนายราเชน ศิลปะรายะ ที่ลาออกจากตำแหน่งอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร โดยให้เหตุผลว่าสนองนโยบายฝ่ายการเมืองไม่ได้ เขายังโพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กส่วนตัวและให้สัมภาษณ์สื่อ โดยระบุว่ามีปัญหาจากการแทรกแซง ทำให้ไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ ข้อความเหล่านี้กลายเป็นหลักฐานสำคัญที่นายเรืองไกรนำมาอ้าง
กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เป็นหน่วยงานสำคัญภายใต้กระทรวงเกษตรฯ ที่รับผิดชอบการทำฝนเทียมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในฤดูแล้ง ลดภัยแล้ง และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร งบประมาณของกรมนี้ก็ไม่ใช่น้อย โดยเฉพาะงบปี 2568-2570 ที่กำลังเป็นประเด็นร้อน
สุริยะชี้แจงปมหลานชายโทรขอดูงบประมาณ
ด้านนายสุริยะ ได้ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่าหลานชายของตัวเองเคยติดต่อนายราเชนเพื่อขอดูงบประมาณปี 2570 ของกรมฝนหลวง แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับการสั่งย้าย เพียงแต่เป็นการโยกย้ายเพราะนายราเชนใกล้เกษียณราชการแล้วเท่านั้น คำชี้แจงนี้ยิ่งทำให้เกิดคำถามหนักขึ้น เพราะการที่ญาติโทรไปขอนแกบประมาณของหน่วยงานรัฐ อาจเข้าข่ายการใช้อิทธิพลหรือทุจริตได้
- นายราเชนลาออกเพราะไม่สนองนโยบายฝ่ายการเมือง
- โพสต์เฟซบุ๊กและสัมภาษณ์สื่อเป็นพยานหลักฐาน
- สุริยะยอมรับหลานโทรขอดูงบ แต่ปฏิเสธเกี่ยวข้องกับย้าย
- เรืองไกรมองว่าเป็นพฤติกรรมฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง
นายเรืองไกรชี้ว่ากกต. มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 สามารถส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ โดยขอให้กกต. รวบรวมพยานหลักฐานจากทุกฝ่าย รวมถึงเรียกนายสุริยะมาชี้แจง และมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที จนกว่าศาลจะตัดสิน
ประเด็นนี้ไม่ใช่แค่เรื่องย้ายข้าราชการธรรมดา แต่สะท้อนปัญหาการแทรกแซงทางการเมืองในหน่วยงานราชการ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับชีวิตเกษตรกรกว่า 30% ของประชากรไทย หากรมว.ขาดจริยธรรม อาจกระทบต่อนโยบายช่วยเหลือเกษตรกร เช่น โครงการฝนหลวงที่ช่วยดับไฟป่าและภัยแล้งในหลายพื้นที่
ในอดีต เรเคยเห็นกรณีคล้ายๆ กัน เช่น การวินิจฉัยคุณสมบัติรัฐมนตรีคนอื่นๆ ที่ศาลรัฐธรรมนูญสั่งพ้นตำแหน่งเพราะพฤติกรรมจริยธรรม กรณีนี้หากกกต.รับคำร้องและส่งศาล อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบนักการเมืองรุ่นใหม่ที่เพิ่งเข้ามา
ส่วนตัวผมมองว่ากรณี “เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้ เป็นสัญญาณดีที่แสดงให้เห็นระบบตรวจสอบยังทำงาน แม้จะช้าแต่ก็ยังมีน้ำหนัก ช่วยให้ประชาชนมั่นใจในความโปร่งใสมากขึ้น หากสุริยะรอดพ้น ก็ถือเป็นบทเรียนให้ระวังญาติและการใช้อำนาจ
คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้? สุริยะควรพ้นเก้าอี้หรือไม่? มาคุยกันในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากคุณสนใจข่าวการเมืองไทย ติดตามเว็บเราเพื่ออัปเดตข่าวสารล่าสุด!
ที่มา – “เรืองไกร” ยื่น กกต. ส่งศาล รธน. ชี้ขาดคุณสมบัติ “สุริยะ” พ้นเก้าอี้ ปมสั่งย้ายอธิบดีกรมฝนหลวง


