พฐ. เร่งหาสาเหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลอง หวั่นคราบน้ำมันกระทบสิ่งแวดล้อม

เร่งหาสาเหตุ! ไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลอง

พฐ. เร่งหาสาเหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลอง หวั่นคราบน้ำมันกระทบสิ่งแวดล้อม

จากเหตุการณ์ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต สร้างความเสียหายอย่างหนัก มีเรือถูกเพลิงไหม้ไปจำนวนมาก เจ้าหน้าที่กำลังเร่งหาสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ พร้อมประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล

เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่จอดเทียบท่าบริเวณอ่าวฉลอง ตำบลฉลอง อำเภอเมืองภูเก็ต นายอดุลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 5 สาขาภูเก็ต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) ได้เข้าตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ

เบื้องต้นคาดว่ามีเรือถูกไฟไหม้เสียหายไม่ต่ำกว่า 20 ลำ มูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากราคาสปีดโบ๊ทแต่ละลำแตกต่างกันไป ตั้งแต่ 3 ล้านบาท ถึง 12 ล้านบาท

นายอดุลย์ ระลึกมูล กล่าวว่า เหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลองครั้งนี้ มีเรือถูกเพลิงไหม้จำนวนมาก นับได้เบื้องต้น 23 ลำ เรือลำอื่น ๆ ที่ไม่ได้รับความเสียหายยังสามารถใช้งานได้ตามปกติ ส่วนเรือที่ถูกไฟไหม้จะต้องควบคุมไว้ก่อนเพื่อตรวจสอบ

นายกองเอก อดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุ ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์ เบื้องต้นทราบว่าต้นเพลิงเกิดจากการระเบิดและลุกไหม้ที่เรือสปีดโบ๊ทลำแรก ก่อนที่กระแสลมจะพัดสะเก็ดไฟไปติดเรือลำอื่น ๆ ที่จอดอยู่ใกล้เคียง

ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้สั่งการให้ตรวจสอบหาสาเหตุของไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลองอย่างเร่งด่วน พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุและเส้นทางโดยรอบ เนื่องจากในช่วงเกิดเหตุ เรือทุกลำมีการเติมน้ำมันเต็มถังเพื่อเตรียมให้บริการนักท่องเที่ยว

ความคืบหน้าเหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลอง

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรอระดับน้ำทะเลสูงขึ้นก่อนที่จะสามารถเคลื่อนย้ายเรือได้ ผู้ว่าราชการจังหวัดได้สั่งการให้เร่งเคลื่อนย้ายเรือออกจากพื้นที่เพื่อป้องกันการเกิดตะกอนและขยะตกค้างในทะเล รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล ซึ่งเป็นประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่ง

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลจากเหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลองเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด คราบน้ำมันและสารเคมีที่รั่วไหลออกมาจากเรือที่ถูกไฟไหม้อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเล ทำลายปะการัง สัตว์ทะเล และแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติได้

ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดำเนินการเก็บกู้คราบน้ำมันและสารเคมีที่รั่วไหลออกมา พร้อมทั้งประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลอย่างละเอียด เพื่อวางแผนฟื้นฟูระบบนิเวศให้กลับคืนสู่สภาพเดิมโดยเร็วที่สุด

นอกจากนี้ การป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอยเป็นสิ่งสำคัญ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรพิจารณาปรับปรุงมาตรการความปลอดภัยในการจอดเรือ การจัดเก็บน้ำมัน และการป้องกันอัคคีภัย เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือในอนาคต

เหตุการณ์ไฟไหม้เรือสปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลองครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ต้องนำไปทบทวนและปรับปรุงแก้ไข เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต และเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลของจังหวัดภูเก็ตให้คงความสวยงามและสมบูรณ์ต่อไป

การหาสาเหตุของไฟไหม้ครั้งนี้ จะช่วยให้เราเข้าใจถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ และนำไปสู่การป้องกันที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น การร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เป็นสิ่งสำคัญในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเลของไทย

ที่มา – พฐ. เร่งหาสาเหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ทที่อ่าวฉลอง หวั่นคราบน้ำมันกระทบสิ่งแวดล้อม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: