เอกนิติ เผยเศรษฐกิจไทยรับสัญญาณบวก จ่อถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. นี้
ข่าวดีสำหรับชาวไทยเมื่อนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ออกมาเปิดเผยถึงทิศทางภาพรวมที่น่าจับตามอง โดยระบุว่า เอกนิติ เผยเศรษฐกิจไทยรับสัญญาณบวก จ่อถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. นี้ หลังจากสถาบันระดับโลกอย่าง S&P Global Ratings ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยไว้ในระดับที่มั่นคง ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าพื้นฐานเศรษฐกิจของเรายังคงแข็งแกร่งและมีอนาคตที่สดใส
ในวันที่ 22 มิ.ย. 2569 นี้ จะถือเป็นก้าวสำคัญผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ หรือ กรอ. โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นั่งแท่นประธาน ซึ่งการประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจแบบยั่งยืน โดยหยิบยกบทเรียนความสำเร็จในอดีตมาปรับใช้ภายใต้บริบทโลกยุคใหม่
ลุยแผน Thailand Fast Pass ปรับโครงสร้าง 4 ด้านหลัก
สำหรับการขับเคลื่อนผ่านกลไก กรอ. ในครั้งนี้ เอกนิติ เผยเศรษฐกิจไทยรับสัญญาณบวก จ่อถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. นี้ โดยตั้งเป้าหมายการทำงานเชิงรุกผ่านการปฏิรูป 4 ด้านสำคัญ ได้แก่:
- ด้านพลังงาน: ลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้าเพื่อสร้างความมั่นคงระยะยาว
- ด้านเทคโนโลยี: เร่งนำระบบดิจิทัลมาปรับใช้ในภาคส่วนต่างๆ
- ด้านกำลังคน: พัฒนาทักษะแรงงานให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลก
- ด้านกฎระเบียบ: ปลดล็อกข้อจำกัดทางธุรกิจเพื่อกระตุ้นการลงทุน
นอกจากนี้ เตรียมเปิดตัว “Thailand Fast Pass” ในวันที่ 23 มิ.ย. นี้ เพื่อแสดงให้เห็นว่าการปรับกฎระเบียบเพียงเล็กน้อยก็สามารถปลดล็อกเงินลงทุนมหาศาลได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณรัฐจำนวนมาก เป็นการสร้างความเชื่อมั่นอย่างเป็นรูปธรรมให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ
ในมุมมองของภาครัฐ การที่ไทยได้รับอันดับความสามารถในการแข่งขันดีขึ้นจาก IMD สะท้อนว่าเรามาถูกทางแล้ว แต่เรายังต้องปรับปรุงด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อมให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยยึดหลักความร่วมมือแบบรัฐสนับสนุนและเอกชนเป็นผู้นำ เฉกเช่นโมเดลในยุคพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ซึ่งถือเป็นยุคทองของการสร้างสมดุลทางเศรษฐกิจ
ในส่วนของความกังวลเรื่องประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม งานนี้ภาครัฐมองว่าจะเป็นพันธมิตรที่เอื้อประโยชน์ต่อกันมากกว่าการเป็นคู่แข่ง โดยเราสามารถแบ่งกันสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งในด้านอุตสาหกรรมการผลิตและเกษตรแปรรูปเพื่อเติบโตไปด้วยกันในระดับภูมิภาค
โดยสรุปแล้ว การขับเคลื่อนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการวางรากฐานระยะยาวที่น่าตื่นเต้น หากการประชุม กรอ. ครั้งนี้สามารถปลดล็อกกฎเกณฑ์ที่ซับซ้อนได้จริง เราคงได้เห็นเม็ดเงินลงทุนใหม่ๆ หลั่งไหลเข้าสู่ตลาดไทยภายใน 3-4 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอนครับ
ที่มา – “เอกนิติ” เผยเศรษฐกิจไทยรับสัญญาณบวก จ่อถก กรอ. นัดแรก 22 มิ.ย. นี้


