“เอกนิติ” แจง ไม่ลดภาษีสรรพสามิตหวั่นกระทบรักษาพยาบาล ถก ครม. 11 เม.ย. หามาตรการเยียวยา เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในช่วงวิกฤตพลังงานโลกครั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ได้ออกมาให้ข้อมูลชัดเจนถึงนโยบายของรัฐบาลในการรับมือกับสถานการณ์ราคาน้ำมันแพง โดยย้ำว่าการลดภาษีสรรพสามิตอาจส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลไม่อยากให้เกิดขึ้น
“เอกนิติ” แจง ไม่ลดภาษีสรรพสามิตหวั่นกระทบรักษาพยาบาล ถก ครม. 11 เม.ย. หามาตรการเยียวยา
จากเหตุการณ์วันที่ 9 เมษายน 2567 เวลา 19.20 น. นายเอกนิติ ได้ชี้แจงถึงปัญหาพลังงานที่เกิดจากวิกฤตโลก โดยเฉพาะสงครามในตะวันออกกลางที่ยังไม่แน่นอนว่าจะจบเมื่อไหร่ สถานการณ์นี้อาจลุกลามไปกระทบสินค้าอื่นๆ รวมถึงเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก รัฐบาลจึงต้องเร่งลดผลกระทบระยะสั้นให้ประชาชนทันที
สิ่งแรกที่รัฐบาลดำเนินการคือการใช้กองทุนน้ำมันเพื่อพยุงราคาน้ำมันให้คงที่ แต่สำหรับการลดภาษีสรรพสามิตนั้น นายเอกนิติ ย้ำว่าไม่ใช่ทางเลือกที่ดี เพราะภาษีสรรพสามิตน้ำมันถูกนำไปใช้ดูแลค่ารักษาพยาบาลต่างๆ หากลดลงอาจทำให้ระบบสาธารณสุขขาดแคลนงบประมาณ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในระยะยาว
มาตรการเยียวยาที่จะถกในครม. 11 เมษายน
ในวันที่ 11 เมษายนนี้ รัฐบาลจะประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อหามาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุด โดยมุ่งเน้นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนัก เช่น
- กลุ่มขนส่ง: พึ่งพาน้ำมันสูง อาจได้补贴หรือลดค่าน้ำมันเฉพาะ
- กลุ่มเปราะบางและรายได้น้อย: ช่วยเหลือตรงเข้าบัญชีเพื่อบรรเทาค่าครองชีพ
- กลุ่มประมงและเกษตรกร: สนับสนุนเชื้อเพลิงหรือทางเลือกพลังงาน
การช่วยเหลือต้องคำนึงถึงทรัพยากรที่มีจำกัด หากใช้เงินหมดไปกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อาจเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤตเหมือนต้มยำกุ้งปี 2540 ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้เกิดซ้ำ
เปลี่ยนวิกฤติพลังงานเป็นโอกาสสำหรับไทย
นายเอกนิติ ยังมองในแง่บวก โดยชี้ว่าวิกฤตนี้เปลี่ยนมิติโลกในหลายด้าน เช่น
- วิกฤติความมั่นคงอาหารและยา: ไทยเป็นฐานผลิตอาหารและยารักษาโรคชั้นนำ ต้องเร่งพัฒนาเพื่อส่งออก
- วิกฤติพลังงาน: ราคาน้ำมันคงไม่ถูกใน 1-2 ปีข้างหน้า เพราะโครงสร้างโรงกลั่นถูกทำลาย ไทยต้องลงทุนพลังงานทางเลือก เช่น พลังงานหมุนเวียน โซลาร์ ลม
ระยะสั้น ช่วยประชาชนเดือดร้อนให้รอดพ้นวิกฤต ระยะยาว สร้างโอกาสให้เติบโต มีรายได้ดีขึ้น รัฐบาลเชื่อว่าจะผ่านพ้นไปด้วยกัน
สถานการณ์“เอกนิติ” แจง ไม่ลดภาษีสรรพสามิตหวั่นกระทบรักษาพยาบาล ถก ครม. 11 เม.ย. หามาตรการเยียวยา สะท้อนนโยบายสมดุลระหว่างบรรเทาผลกระทบและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ การตัดสินใจครั้งนี้ช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ในอนาคต ขณะที่เตรียมมาตรการช่วยเหลือที่ครอบคลุม
ในมุมมองของผู้เขียน นี่คือกลยุทธ์ฉลาดที่รัฐบาลเลือกทางยั่งยืน แทนการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแบบเสี่ยง คุณคิดอย่างไรกับนโยบายนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลดีๆ นี้ ติดตามข่าวอัปเดตมาตรการจากครม. 11 เม.ย. ได้ที่นี่!
ที่มา – “เอกนิติ” แจง ไม่ลดภาษีสรรพสามิตหวั่นกระทบรักษาพยาบาล ถก ครม. 11 เม.ย. หามาตรการเยียวยา


